ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบตามแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก กังวลลงทุน AI ไม่คุ้มค่า


ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงในวันศุกร์ (30 ต.ค.) ตามทิศทางการเทขายหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก หลังความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) กดดันหุ้นกลุ่มชิปและฉุดมูลค่าตลาดของบริษัทผู้ผลิตชิปรายใหญ่หลายแห่งลดลงหลายพันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปปิดส่งท้ายเดือนต.ค. ด้วยบรรยากาศที่ซบเซา แม้ตลอดทั้งเดือนปรับตัวขึ้นได้ดีก็ตาม

  • ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 646.75 จุด ลดลง 2.36 จุด หรือ -0.36%
  • ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 7,969.42 จุด ลดลง 0.58 จุด หรือ -0.01%
  • ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,818.21 จุด ลดลง 221.47 จุด หรือ -0.85%
  • ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,729.78 จุด เพิ่มขึ้น 7.71 จุด หรือ +0.07%

ดัชนี STOXX 600 ปิดลบในวันศุกร์ แม้ตลอดทั้งเดือนต.ค. ดัชนีปรับตัวขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย.

ผลประกอบการของ Amazon และ Intel ในสหรัฐฯ ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนมหาศาลในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI กลับมาอีกครั้ง และกระตุ้นให้นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า นักลงทุนเริ่มมองว่า แม้ความต้องการใช้ AI จะยังเติบโตสูง แต่ก็ไม่ใช่หลักประกันว่าหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI จะปรับตัวขึ้นต่อไปได้ เพราะยังมีข้อกังวลว่าการลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยีดังกล่าวจะสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่าหรือไม่

ดัชนีหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีของยุโรปร่วงลง 2.75% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงรายวันที่หนักที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค. และเป็นกลุ่มที่ปรับตัวลงมากที่สุดในบรรดาหุ้นรายอุตสาหกรรม โดยหุ้น AT&S, Soitec และ Technoprobe เป็นหุ้นที่ปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี STOXX 600 โดยร่วงลงระหว่าง 9-13%

แม้ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในยุโรปที่ออกมาแข็งแกร่งในไตรมาสนี้จะช่วยพยุงตลาดหุ้นไว้ได้ส่วนหนึ่ง แต่การปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์สะท้อนให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นเชิงบวกของนักลงทุนสามารถลดลงได้อย่างรวดเร็ว เมื่อบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป

นักวิเคราะห์กล่าวว่า ขณะนี้ตลาดกำลังพยายามประเมินความคุ้มค่าของการลงทุน โดยบริษัทต่าง ๆ ทุ่มเม็ดเงินจำนวนมหาศาลไปกับการลงทุนด้าน AI แต่ยังไม่เห็นความชัดเจนว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าใดจึงจะได้รับผลตอบแทน และในขณะนี้ตลาดก็ยังไม่มีคำตอบในเรื่องดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจระบุว่า เศรษฐกิจยูโรโซนขยายตัวในไตรมาสที่ผ่านมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนถึงความสามารถในการรับมือกับแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูงได้อย่างแข็งแกร่ง แม้แนวโน้มเศรษฐกิจในระยะต่อไปยังมีความไม่แน่นอนจากต้นทุนการกู้ยืมที่พุ่งขึ้นและเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น

นอกจากนี้ ราคาผู้บริโภคของฝรั่งเศสในเดือนต.ค. ปรับตัวขึ้นมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยอัตราเงินเฟ้อแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค. 2566

นักลงทุนยังต้องรับมือกับความไม่สงบทางการเมืองในฝรั่งเศส ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยูโรโซน ในช่วงเวลาที่รัฐบาลกำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นจากหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลฝรั่งเศสพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี

หุ้น Universal Music Group พุ่งขึ้น 7.89% และเป็นหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในดัชนี STOXX 600 หลังบริษัทเปิดเผยรายได้จากบริการสตรีมมิงแบบสมัครสมาชิกที่เติบโตดีขึ้นในไตรมาส 3 ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มสื่อปรับตัวขึ้น 1.63%

หุ้น BP ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย หลังบริษัทเปิดเผยกำไรสุทธิไตรมาส 3 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่หุ้น Puma ผู้ผลิตเครื่องแต่งกายกีฬาเยอรมนี พุ่งขึ้น 5.59% หลังยอดขายรายไตรมาสออกมาดีกว่าคาด

หุ้น Sanofi บริษัทเวชภัณฑ์ของฝรั่งเศส พุ่งขึ้น 4.71% หลังรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ พร้อมปรับเพิ่มแนวโน้มผลประกอบการ

หุ้น Bayer พุ่งขึ้น 5.46% หลังบริษัทชนะคดีความเมื่อวันพฤหัสบดี จากกรณีผู้หญิง 3 รายกล่าวหาว่าสารกำจัดวัชพืช Roundup ของบริษัทเป็นสาเหตุให้พวกเธอป่วยเป็นโรคมะเร็ง

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช

ข่าวล่าสุด