วงการคริปโทฯ สะเทือน! ไบแนนซ์ถูกแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์ เร่งอายัดสินทรัพย์บางส่วน

ไบแนนซ์ (Binance) แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดของโลก เผชิญเหตุโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่ มูลค่าความเสียหายสูงถึง 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นเหตุแฮ็กที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล และเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่สะท้อนปัญหาด้านความปลอดภัยซึ่งกำลังเกิดขึ้นกับภาคการเงินอย่างต่อเนื่อง

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน 3 แห่ง ได้แก่ TRM Labs, Chainalysis และ Elliptic ต่างระบุว่า เกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ โดย TRM ระบุว่าเป็นเหตุขโมยคริปโทเคอร์เรนซีครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ สินทรัพย์ที่ถูกขโมยมีหลายประเภท ทั้งบิตคอยน์, อีเธอร์ และเหรียญ Stablecoin ที่มีเงินดอลลาร์สหรัฐหนุนหลัง ได้แก่ USDT และ USDC

หลังเกิดเหตุ ไบแนนซ์ประกาศระงับการถอนสินทรัพย์ทั้งหมดเมื่อวันศุกร์ (30 ต.ค.) พร้อมยืนยันว่าจะรับผิดชอบชดเชยความเสียหายทั้งหมด โดยบริษัทระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า สามารถอายัดสินทรัพย์มูลค่าราว 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐไว้บนเครือข่ายบล็อกเชนแล้ว

ด้านอี้ เหอ ผู้ร่วมก่อตั้งไบแนนซ์ ระบุว่า บริษัทคาดว่าจะกลับมาเปิดให้ผู้ใช้งานถอนสินทรัพย์ได้อีกครั้งภายในวันอาทิตย์นี้ (1 พ.ย.)

แม้รายละเอียดทั้งหมดของการโจมตียังไม่เป็นที่เปิดเผย แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ความกังวลเกี่ยวกับภัยคุกคามจากแฮ็กเกอร์เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีรายงานการโจมตีทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นกับภาคการเงินในช่วงที่ผ่านมา ทั้ง Polymarket แพลตฟอร์มตลาดคาดการณ์, Mirae Asset Global Investments และ Daishin Securities บริษัทการเงินของเกาหลีใต้ รวมถึง GMO Internet Group แพลตฟอร์มซื้อขายเงินตราต่างประเทศของญี่ปุ่น

เหตุการณ์โจมตีไบแนนซ์ครั้งนี้ถือเป็นอุปสรรคต่ออุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งกำลังเร่งสร้างความน่าเชื่อถือและขยายธุรกิจเข้าสู่ระบบการเงินแบบดั้งเดิม โดยก่อนหน้านี้ เหตุแฮ็กแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ ที่มีมูลค่าความเสียหายสูงที่สุดเท่าที่เปิดเผยต่อสาธารณะเกิดขึ้นกับ Bybit เมื่อเดือนก.พ. 2568 ซึ่งผู้โจมตีขโมยโทเคนไปเกือบ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช

ข่าวล่าสุด