
การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่ม G20 เป็นเวลา 2 วัน ได้ปิดฉากลงในวันเสาร์ (31 ต.ค.) โดยไม่มีการออกแถลงการณ์ร่วม เนื่องจากผู้เข้าร่วมประชุมไม่สามารถบรรลุฉันทามติในประเด็นความมั่นคงทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจที่สำคัญระดับโลก ท่ามกลางวิกฤตการณ์ยูเครนและความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การประชุมดังกล่าว ซึ่งมี มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เป็นประธาน ได้หารือในประเด็นความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความมั่นคงทางพลังงาน และห่วงโซ่อุปทาน
ในการแถลงข่าวปิดการประชุม รูบิโอเน้นย้ำถึงเสรีภาพในการเดินเรือในเส้นทางน้ำสายสำคัญต่าง ๆ รวมถึงช่องแคบฮอร์มุซและทะเลดำ พร้อมทั้งห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญและความมั่นคงทางอาหาร โดยเขาระบุว่า ผู้เข้าร่วมประชุมตระหนักถึงความสำคัญของประเด็นเหล่านี้ แต่ยังคงมีความคิดเห็นที่แตกแยกเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหา
รูบิโอกล่าวกับนักข่าวว่า “ผมคงจะไม่แสร้งทำเป็นบอกกับพวกท่านในวันนี้ว่า เราเข้าใกล้การค้นหาวิธีแก้ปัญหาที่เป็นยอมรับร่วมกันแล้ว”
ด้าน หม่า จาวสวี่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวต่อที่ประชุมว่า สถานการณ์ระหว่างประเทศกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์มีความตึงเครียด และวาระการพัฒนากำลังล้าหลังอย่างรุนแรง
หม่ากล่าวว่า โครงการริเริ่มด้านความมั่นคงระดับโลก (Global Security Initiative) ที่เสนอโดยจีน ส่งเสริมวิสัยทัศน์เกี่ยวกับความมั่นคงที่ร่วมกัน ครอบคลุม ร่วมมือ และยั่งยืน อีกทั้งยังบทบาทสำคัญในการช่วยคลี่คลายข้อพิพาทระหว่างประเทศและระดับภูมิภาค
หม่าได้เรียกร้องให้ G20 แบกรับหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างที่ควรเป็น โดยทำหน้าที่เป็นกองกำลังในการปกป้องสันติภาพและความมั่นคงของโลก ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในประเด็นร้อนระดับภูมิภาค แก้ไขสาเหตุรากเหง้าของความขัดแย้ง และเสริมสร้างการกำกับดูแลความมั่นคงระดับโลก
หม่าระบุว่า จีนสนับสนุนให้ G20 ยกระดับความร่วมมือในการสร้างหลักประกันด้านความมั่นคงทางพลังงานและการบรรลุการพัฒนาที่ยั่งยืน การปรับปรุงความสามารถในการเข้าถึงราคาพลังงานอย่างต่อเนื่อง การส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน และการปรับปรุงการกำกับดูแลพลังงานระดับโลก
นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้สมาชิก G20 ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมในการรักษาเสถียรภาพและการดำเนินงานที่ราบรื่นของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทานระดับโลก
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมยังคงมีความคิดเห็นไม่ลงรอยกันอย่างหนักในประเด็นต่าง ๆ รวมถึงวิกฤตการณ์ยูเครน ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน และนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ โดยตัวแทนหลายรายระบุว่า ประเด็นเหล่านี้ได้ผลักดันให้ต้นทุนเชื้อเพลิงทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก และเพิ่มความไม่แน่นอนในการค้าโลก พร้อมแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจเปิดฉากโจมตีทางทหารต่ออิหร่านอีกครั้ง หลังการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย. และความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะทำการตอบโต้
ในวันเปิดการประชุม สหรัฐฯ ได้ยกเลิกการถ่ายภาพหมู่ตามประเพณีปฏิบัติของรัฐมนตรีต่างประเทศอย่างกะทันหัน โดยมีรายงานว่าตัวแทนจากประเทศในยุโรปบางประเทศ ออสเตรเลีย และแคนาดา ได้คัดค้านการร่วมถ่ายภาพเคียงข้าง เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย
ขณะเดียวกัน การตัดสินใจของสหรัฐฯ ที่ไม่เชิญแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิก G20 และเคยดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนของกลุ่มเมื่อปีที่แล้ว ก็ได้จุดชนวนความแตกแยกเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ในเดือน ธ.ค. และได้เชิญ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เข้าร่วมประชุมด้วย โดยรูบิโอกล่าวเมื่อวันเสาร์ว่า รัสเซียยังไม่ได้ยืนยันว่าปูตินจะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าวหรือไม่
โดย ตนุพัฒน์ ปิยะรัตน์





