- ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ดีดตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ (2 พ.ย.) ส่งสัญญาณว่าตลาดวอลล์สตรีทอาจฟื้นตัว หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 1% และดัชนี Nasdaq ดิ่งลง 2.86% เมื่อวันศุกร์ (30 ต.ค.) หลังผลประกอบการรายไตรมาสของ Intel และ Amazon ออกมาน่าผิดหวัง ซึ่งส่งผลตลาดวิตกกังวลเกี่ยวกับความคุ้มค่าของการใช้จ่ายมูลค่ามหาศาลที่บริษัทลงทุนในด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ณ เวลา 07.37 น.ตามเวลาไทย ดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์อยู่ที่ระดับ 52,101 จุด ปรับตัวขึ้น 183 จุด หรือ +0.35%
ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาข้อมูลแรงงานของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ รวมทั้งผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พ.ย.
- ไบแนนซ์ (Binance) แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดของโลก ประกาศในวันอาทิตย์ (1 พ.ย.) ว่า บริษัทได้เปิดให้ลูกค้าสามารถถอนสินทรัพย์ดิจิทัลได้แล้วในขณะนี้ พร้อมยืนยันว่าบริษัทได้จัดหาเงินทุนมาชดเชยสินทรัพย์ที่ถูกขโมยไปแล้วถึง 90%
ทั้งนี้ ไบแนนซ์ได้ถูกโจรกรรมสินทรัพย์มูลค่าสูงถึง 6.3 พันล้านดอลลาร์ นับเป็นเหตุการณ์โจรกรรมที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล โดยหลังจากเกิดเหตุดังกล่าว ไบแนนซ์ได้ประกาศระงับการถอนสินทรัพย์ทั้งหมดเมื่อวันศุกร์ (30 ต.ค.)
- สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ระบุว่า เกาหลีเหนือคือผู้อยู่เบื้องหลังการโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลครั้งล่าสุดของบริษัท ไบแนนซ์ ซึ่งสอดคล้องกับที่บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน 3 แห่ง ได้แก่ TRM Labs, Chainalysis และ Elliptic ต่างระบุว่า เกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้
ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ทำให้นักลงทุนกลับมาวิตกกังวลเกี่ยวกับช่องโหว่ด้านความปลอดภัยในอุตสาหกรรมคริปโทฯ ซึ่งเคยถูกเจาะระบบครั้งใหญ่มาอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2568 แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทฯ Bybit เคยถูกโจรกรรมเป็นมูลค่าราว 1.5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่บริษัทคู่แข่งอย่าง Bitget เพิ่งสูญเสียสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ากว่า 350 ล้านดอลลาร์จากการโจรกรรมทางไซเบอร์เมื่อไม่นานมานี้
- กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติคงนโยบายการผลิตน้ำมันสำหรับเดือนธ.ค. ซึ่งเป็นการคงนโยบายติดต่อกันเดือนที่สาม สอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด
7 ประเทศสมาชิกกลุ่มโอเปกพลัส ซึ่งประกอบด้วย ซาอุดีอาระเบีย, รัสเซีย, อิรัก, คูเวต, คาซัคสถาน, แอลจีเรีย และโอมาน ได้ประกาศการตัดสินใจดังกล่าวในการประชุมแบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เมื่อวันอาทิตย์ (1 พ.ย.) เพื่อทบทวนภาวะและแนวโน้มตลาดน้ำมันโลก
ทั้งนี้ โอเปกพลัสระบุว่า สมาชิกทั้ง 7 ประเทศจะจัดประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 29 พ.ย. เพื่อทบทวนภาวะตลาดอีกครั้ง
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ (31 ต.ค.) ว่า เขาไม่มีแผนที่จะพบกับฟลาวิโอ โบลโซนาโร แคนดิเดตปธน.บราซิลผู้พ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งให้กับลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา แต่ระบุว่า โบลโซนาโรสามารถพำนักอยู่ในสหรัฐฯ ได้ “เท่าที่เขาต้องการ”
ทั้งนี้ โบลโซนาโร ซึ่งเป็นผู้สมัครจากพรรคลิเบอรัล (Liberal Party) ที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งรอบชี้ขาดเมื่อวันที่ 25 ต.ค. ได้เดินทางถึงสหรัฐฯ พร้อมครอบครัวเมื่อวันพุธ โดยเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวที่ออกจากอาร์เจนตินาและแวะจอดพักเครื่องที่เอกวาดอร์
- ตลาดถ่านหินโลกกำลังเผชิญภาวะอุปทานตึงตัว หลังการผลิตเพิ่มขึ้นไม่ทันความต้องการใช้ที่ขยายตัวในเอเชีย ขณะที่ข้อจำกัดด้านการผลิตและราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นยิ่งหนุนให้ผู้ผลิตไฟฟ้าหันมาใช้ถ่านหินมากขึ้น โดยนักวิเคราะห์จากแบงก์ออฟอเมริกา (BofA) คาดว่า ปัจจัยเหล่านี้จะช่วยผลักดันราคาถ่านหินสำหรับผลิตไฟฟ้าให้ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงฤดูหนาวนี้
ราคาถ่านหิน Newcastle ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงของถ่านหินให้ความร้อนจากออสเตรเลีย ปรับตัวขึ้นแล้ว 40% นับตั้งแต่ต้นปี มาอยู่ที่ประมาณ 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันเมตริก นับเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี โดยได้แรงหนุนจากความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นและปริมาณถ่านหินที่ขนส่งทางเรือซึ่งมีจำกัด
BofA ประเมินว่า ราคาถ่านหิน Newcastle ยังมีโอกาสปรับขึ้นได้อีกมาก โดยหากราคาก๊าซธรรมชาติยังอยู่ในระดับปัจจุบัน ราคาถ่านหินอาจพุ่งสูงกว่า 350 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ก่อนที่จะสูญเสียความได้เปรียบด้านต้นทุนเมื่อเทียบกับก๊าซธรรมชาติ
- โอเพนเอไอ (OpenAI) กำลังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันในอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่รุนแรงขึ้น หลังคู่แข่งอย่างแอนโทรปิก (Anthropic) มีรายได้เติบโตอย่างรวดเร็ว ขณะที่การระดมทุนรอบล่าสุดของ OpenAI ทำได้ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมอย่างมาก ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความคุ้มค่าและความยั่งยืนทางการเงินของการลงทุนในอุตสาหกรรม AI
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า OpenAI ระดมทุนได้ประมาณ 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเป้าหมายเดิมที่ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้บริษัทมีมูลค่าประมาณ 1.25 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่ำกว่าเป้าหมายที่เคยประเมินไว้ที่ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
- จีนกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุม 3 ฝ่ายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน โดยคาดว่าจะจัดขึ้นนอกรอบการประชุมสุดยอดความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (APEC) ที่จีนเป็นเจ้าภาพในช่วงกลางเดือนพ.ย.นี้
เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเปิดเผยเรื่องดังกล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ (30 ต.ค.) พร้อมระบุว่า ทั้งสามประเทศต่างมีท่าทีเชิงบวกต่อแนวคิดการจัดประชุมครั้งนี้ หากเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำทั้งสามประเทศพบหารือร่วมกัน
- นักลงทุนในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทต่างคาดการณ์ว่าจะเกิดปรากฏการณ์ “คลื่นสีน้ำเงิน” (Blue Wave) ในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ เนื่องจากพรรคเดโมแครตกำลังมีคะแนนนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากในการสำรวจความคิดเห็น ขณะที่คะแนนความนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงอยู่ในระดับต่ำ
ทั้งนี้ พรรคเดโมแครตใช้สีน้ำเงินเป็นสีประจำพรรค ส่วนพรรครีพับลิกันใช้สีแดง นอกจากนี้ พรรคเดโมแครตใช้ลาเป็นสัญลักษณ์ประจำพรรค ขณะที่พรรครีพับลิกันใช้ช้างเป็นสัญลักษณ์
ในการเลือกตั้งกลางเทอมในวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จะมีการชิงชัยครบทั้ง 435 ที่นั่ง ขณะที่วุฒิสภาจะมีการเลือกตั้ง 35 ที่นั่ง จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง
พรรคเดโมแครตจำเป็นต้องได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นสุทธิอย่างน้อย 4 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร จากปัจจุบัน 214 เป็น 218 ที่นั่ง เพื่อครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯ ที่มีทั้งหมด 435 ที่นั่ง
ส่วนในวุฒิสภา พรรคเดโมแครตจำเป็นต้องได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นสุทธิอย่างน้อย 4 ที่นั่งเช่นกัน เพื่อให้พรรคเดโมแครตและพันธมิตร ซึ่งขณะนี้ครอง 47 ที่นั่ง มีที่นั่งเพิ่มขึ้นเป็น 51 ที่นั่ง เพื่อครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาที่มีทั้งหมด 100 ที่นั่ง
หากพรรคเดโมแครตสามารถครองเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้ จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการดำเนินนโยบายของปธน.ทรัมป์ในช่วง 2 ปีที่เหลือของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี
โดย รัตนา พงศ์ทวิช





