นายกฯ ยันไทยใช้กลไกการทูต-ทหาร รับมือสู้รบชายแดนเมียนมา ย้ำปกป้องอธิปไตย ยึดหลักมนุษยธรรม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเรียกร้องให้รัฐบาลออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการต่อสถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนเมียนมา โดยยืนยันว่า รัฐบาลได้ดำเนินการขับเคลื่อนผ่านช่องทางการทูตและฝ่ายความมั่นคงอย่างต่อเนื่องและรัดกุมอยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรี ระบุถึงสถานการณ์การทิ้งระเบิดในพื้นที่ชายแดนที่เกิดขึ้นรายวันว่า รัฐบาลได้รับทราบข้อมูลและแจ้งไปยังรัฐบาลเมียนมา เพื่อเน้นย้ำให้ระมัดระวังไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนต รีและ รมว.ต่างประเทศ ได้แจ้งไปยังรัฐบาลเมียนมา เพื่อแสดงความห่วงกังวลอย่างเป็นทางการ พร้อมขอให้ปฏิบัติการด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน และบ้านเรือนของประชาชนผู้บริสุทธิ์ทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ยังอยู่ระหว่างการเชิญเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตเมียนมาประจำประเทศไทย มารับทราบข้อห่วงใยดังกล่าวของไทยด้วย

สำหรับมาตรการรองรับหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า ไทยพร้อมปกป้องอธิปไตย และเขตแดนอย่างเต็มกำลัง โดยได้สั่งเพิ่มกำลังพลในการลาดตระเวนตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ ได้กำชับผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ให้หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและการปะทะโดยไม่จำเป็น เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการสู้รบภายในของเมียนมาที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย หรือประชาชนไทย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเริ่มมีความเสียหายบางส่วนเกิดขึ้นกับฝั่งไทย จึงจำเป็นต้องเรียกทางการเมียนมามาเตือน และเน้นย้ำถึงมาตรการความปลอดภัย

ส่วนกรณีผู้หนีภัยสู้รบจากเมียนมาที่เดินทางข้ามพรมแดนมายังฝั่งไทย นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า รัฐบาลบริหารจัดการตามหลักมนุษยธรรมเป็นสำคัญ โดยเมื่อสถานการณ์สงบลง ผู้หนีภัยส่วนใหญ่มักเดินทางกลับประเทศด้วยตนเอง ส่วนผู้ที่พยายามพำนักอยู่ต่อ ทางการไทยจะดำเนินการผลักดันกลับประเทศ ตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ กรณีมีกระแสข่าวว่ากองทัพเมียนมาข่มขู่จะทำลายคลังสินค้าของไทย หากมีการส่งสินค้าให้แก่กลุ่มกองกำลังกะเหรี่ยง KNU นั้น นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ยังไม่ได้รับรายงาน และยังไม่มีข่าวที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์