ครม. รื้อภาษีป้ายครั้งใหญ่! เลิกเสียเต็มปี คิดตามเวลาติดตั้งจริง/ จ่ายผ่านออนไลน์ได้-ขยายการชำระเป็น 30 วัน

ครม. ไฟเขียวปรับกฎหมายภาษีป้ายครั้งใหญ่ เก็บตามเดือนที่ติดตั้งจริง ไม่ต้องเสียเต็มปี ขยายเวลาชำระเป็น 30 วัน เปิดยื่นภาษีออนไลน์–ลดภาษีได้สูงสุด 90% พร้อมปรับเพดานอัตราภาษีและเพิ่มภาษีป้ายรุกล้ำที่สาธารณะเป็น 2 เท่า

น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างพ.ร.บ.ภาษีป้าย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. … ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เพื่อปรับปรุง พ.ร.บ.ภาษีป้าย พ.ศ. 2510 ให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและรูปแบบการประกอบธุรกิจในปัจจุบัน

โดยมีสาระสำคัญ คือ การปรับวิธีจัดเก็บภาษีให้เป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่ไม่ได้ติดตั้งป้ายตลอดทั้งปี ขยายเวลาชำระภาษี เพิ่มช่องทางดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และกำหนดมาตรการลดภาษี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนี้

1. การปรับหลักเกณฑ์จัดเก็บภาษีป้ายให้สอดคล้องกับระยะเวลาที่ติดตั้ง หรือแสดงป้ายจริง โดยกรณีที่ไม่ได้ติดตั้งป้ายตลอดทั้งปี ให้คำนวณภาษีเป็นรายเดือน และเศษของเดือนให้นับเป็น 1 เดือน แทนการจัดเก็บที่อาจทำให้ผู้ประกอบการต้องรับภาระภาษีเกินกว่าช่วงเวลาที่ใช้ป้ายจริง เพื่อสร้างความเป็นธรรมตามหลักการ “ใช้ป้ายเท่าไร เสียภาษีตามระยะเวลาที่ใช้จริง” ซึ่งจะช่วยลดภาระให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้ป้ายโฆษณาเฉพาะช่วงเทศกาล กิจกรรมส่งเสริมการขาย หรือการดำเนินธุรกิจตามฤดูกาล

2.ขยายระยะเวลาชำระภาษีป้าย จากเดิม 15 วัน เป็น 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการประเมิน เพื่อให้ประชาชน และผู้ประกอบการมีเวลาเตรียมชำระภาษีมากขึ้น พร้อมเปิดให้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย ยื่นคำร้องขอรับเงินคืน และยื่นอุทธรณ์ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ โดยยังสามารถดำเนินการผ่านเจ้าหน้าที่ตามวิธีเดิม รวมถึงกำหนดให้การส่งคำสั่ง และหนังสือแจ้งการประเมินภาษี สามารถดำเนินการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มความสะดวกและลดขั้นตอนการติดต่อราชการ

3.เพิ่มมาตรการบรรเทาภาระภาษี ในช่วงที่ประชาชน และผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจ หรือเหตุการณ์พิเศษ โดยกำหนดให้สามารถออกกฎกระทรวงเพื่อลดภาษีป้ายได้ตามความจำเป็นทางเศรษฐกิจและสังคม สูงสุดไม่เกิน 90% ของภาษีที่ต้องเสีย เช่น กรณีเกิดภัยพิบัติ หรือเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องหยุดกิจการ

พร้อมเพิ่มกลไกขยายระยะเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีในกรณีมีเหตุจำเป็น ทั้งนี้ การลดภาษีดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่จะกำหนดในกฎกระทรวง ไม่ใช่การลดภาษีให้ผู้ประกอบการทุกรายโดยอัตโนมัติ

4. การปรับโครงสร้างอัตราภาษี โดยปรับประเภทป้าย จากเดิม 3 ประเภท ให้เหลือ 2 ประเภท ได้แก่

– กรณีป้ายที่มีอักษรไทย หรือตัวเลขล้วน และป้ายประเภทอื่น พร้อมปรับเพดานอัตราภาษีให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ โดยตัวอย่างป้ายที่มีอักษรไทย และมีข้อความหรือตัวเลขเคลื่อนที่ กำหนดเพดานอัตรา 50 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร

– กรณีอื่นกำหนด 25 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร จากเดิมที่กำหนดไว้ 10 บาทต่อ 500 ตารางเซนติเมตร

ทั้งนี้ เป็นการปรับเพดานอัตราตามร่างกฎหมาย ส่วนอัตราจัดเก็บจริงจะเป็นไปตามกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การปรับขึ้นภาษีทุกประเภททันที

5. การเพิ่มมาตรการดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพื้นที่สาธารณะ โดยกำหนดให้ป้ายที่ติดตั้ง หรือแสดงล่วงล้ำพื้นที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องเสียภาษีเป็น 2 เท่าของจำนวนภาษีที่คำนวณได้ เพื่อควบคุมปัญหาการติดตั้งป้ายโดยไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ การเสียภาษีไม่ได้ทำให้ผู้ติดตั้งได้รับสิทธิใช้พื้นที่สาธารณะโดยชอบด้วยกฎหมาย และยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

6. การปรับหลักเกณฑ์การยกเว้นภาษีป้ายของหน่วยงานภาครัฐ โดยกำหนดให้ยกเว้นเฉพาะป้ายของหน่วยงานรัฐที่ดำเนินกิจการโดยมิได้หาผลประโยชน์ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันกับภาคเอกชน

7. การปรับหลักเกณฑ์เงินเพิ่มกรณีชำระภาษีล่าช้า โดยกำหนดให้เสียเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน แต่ยอดเงินเพิ่มรวมต้องไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสีย เพื่อป้องกันไม่ให้ภาระเงินเพิ่มสูงเกินสมควร พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์การขอรับเงินคืนภายหลังการอุทธรณ์การประเมินภาษี โดยให้ยื่นคำร้องภายใน 1 ปี นับแต่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยถึงที่สุด

น.ส.ลลิดา กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายตามขั้นตอนแล้ว โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นจำนวน 1,737 คน และส่วนใหญ่เห็นด้วย 96.69% พร้อมจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย และแผนการจัดทำกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ภายหลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการแล้ว ร่างกฎหมายยังต้องผ่านกระบวนการตรวจพิจารณาและขั้นตอนการตรากฎหมายต่อไป จึงยังไม่มีผลบังคับใช้ทันที

โดย ฐานิสร์ ทองนอก/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์