
รัฐนิวยอร์กยืนยันว่าเด็กคนหนึ่งในเขตลูอิสเคาน์ตีเสียชีวิตจากโรคหัด นับเป็นผู้เสียชีวิตจากโรคหัดรายแรกของรัฐในรอบกว่า 30 ปี ขณะที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญการระบาดของโรคหัดรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
สำนักงานสาธารณสุขรัฐนิวยอร์กเปิดเผยในวันจันทร์ (2 พ.ย.) ว่า ได้ส่งความช่วยเหลือไปยังเขตลูอิสเคาน์ตี เพื่อสนับสนุนการให้ข้อมูลแก่ประชาชนและการฉีดวัคซีนในพื้นที่ หลังพบผู้เสียชีวิตรายดังกล่าว รวมถึงช่วยเหลือพื้นที่อื่น ๆ ที่กำลังเผชิญการระบาดด้วย
ก่อนหน้านี้ เคธี โฮคูล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ประกาศภาวะฉุกเฉินด้านภัยพิบัติทั่วทั้งรัฐเมื่อเดือนต.ค. หลังพบการระบาดของโรคหัดในหลายพื้นที่ของรัฐและรัฐใกล้เคียง พร้อมระบุว่ารัฐจะขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางเพื่อควบคุมสถานการณ์
ข้อมูล ณ วันที่ 24 ต.ค. รัฐนิวยอร์กพบผู้ติดเชื้อโรคหัดสะสม 178 รายในปีนี้ โดยเป็นผู้ติดเชื้อนอกนครนิวยอร์ก 170 ราย และในนครนิวยอร์ก 8 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นเพื่อเร่งฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน (MMR) ให้แก่ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน พร้อมสอบสวนกรณีผู้ติดเชื้อที่ได้รับรายงาน
ด้านกระทรวงสาธารณสุขของสหรัฐฯ ระบุว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ได้ส่งนักระบาดวิทยาและผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ตามคำร้องขอของรัฐนิวยอร์ก เพื่อช่วยติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์ข้อมูล และวางแผนรับมือการระบาดร่วมกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
ทั้งนี้ CDC รายงานผู้เสียชีวิตจากโรคหัดในสหรัฐฯ 3 รายในปีนี้ แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าเกิดขึ้นในรัฐใด ขณะที่รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรงที่สุดในปีนี้ พบผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว 1,433 ราย
โดย วรวิชญ์ สิทธิวัง/ปรียพรรณ มีสุข





