สำนักงานสถิติแห่งชาติฟิลิปปินส์ รายงานในวันนี้ (5 พ.ย.) ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 7.8% ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี หรือนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2566 จากระดับ 7.2% ในเดือนก.ย.
ดัชนี CPI เดือนต.ค.อยู่ในระดับสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 7.6% เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลางได้ผลักดันต้นทุนเชื้อเพลิง ไฟฟ้า และการขนส่งพุ่งสูงขึ้น โดยฟิลิปปินส์ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากภูมิภาคดังกล่าวอย่างมาก
สำนักงานสถิติฯ ระบุว่า การเร่งตัวขึ้นของดัชนี CPI มีสาเหตุหลักมาจากการพุ่งขึ้นของต้นทุนการขนส่ง ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งคือต้นทุนหมวดที่อยู่อาศัย น้ำ ไฟฟ้า ก๊าซ และเชื้อเพลิงอื่น ๆ ที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
การเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อดังกล่าว มีขึ้นในขณะที่ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) กำลังอยู่ในวงจรการคุมเข้มนโยบายการเงิน หลังจากที่เพิ่งสร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยแรงถึง 0.50% ในการประชุมเมื่อวันที่ 22 ต.ค. ซึ่งเป็นการปรับขึ้นครั้งที่ 4 ติดต่อกัน และมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับขึ้นเพียง 0.25% โดยมีเป้าหมายเพื่อสกัดเงินเฟ้อที่กลับมาพุ่งสูงขึ้น และพยุงสกุลเงินเปโซที่อ่อนค่าลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนต.ค.
ก่อนหน้านี้ BSP คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อในเดือนต.ค.จะอยู่ในช่วง 7.1% – 8.1%
โดย รัตนา พงศ์ทวิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





