
กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้เปิดเผยในวันนี้ (5 พ.ย.) ว่า รัฐบาลมีแผนขยายพื้นที่ปฏิบัติภารกิจปราบปรามโจรสลัดของหน่วยเฉพาะกิจทางเรือ “ช็องแฮ” (Cheonghae Unit) ให้เข้าใกล้น่านน้ำช่องแคบฮอร์มุซมากขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กดดันให้เกาหลีใต้ช่วยสนับสนุนการทำสงครามในอิหร่าน
โฆษกกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ยืนยันรายงานของสำนักข่าวยอนฮับว่า รัฐบาลเตรียมยื่นญัตติต่อรัฐสภา เพื่อขอต่ออายุการประจำการของหน่วยช็องแฮในภูมิภาคตะวันออกกลางที่จะครบกำหนดช่วงสิ้นปี 2569
ญัตติดังกล่าวต้องผ่านความเห็นชอบจากประธานาธิบดีอี แจ-มยอง และคณะรัฐมนตรีก่อน โดยจะขยายพื้นที่ปฏิบัติการของหน่วยช็องแฮไปยังน่านน้ำใกล้ท่าเรือดุกม์ (Duqm) ของโอมาน ห่างจากช่องแคบฮอร์มุซราว 650 กิโลเมตร
หน่วยช็องแฮประจำการอยู่ที่อ่าวเอเดนมาตั้งแต่ปี 2552 เพื่อคุ้มกันเรือพาณิชย์ โดยสถานีโทรทัศน์วายทีเอ็น (YTN) ระบุว่า ปัจจุบันหน่วยนี้มีเรือพิฆาตขนาด 4,400 ตัน 1 ลำ, เฮลิคอปเตอร์ปฏิบัติการทางทะเล, เรือยางท้องแข็ง (RHIB) สูงสุด 3 ลำ และกำลังพลราว 300 นาย
ด้านหนังสือพิมพ์โคเรีย เฮอรัลด์ (The Korea Herald) รายงานว่า เกาหลีใต้ยังเตรียมส่งเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล P-8A ไปสมทบ พร้อมเพิ่มกำลังพลอีก 75 นาย
ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากปธน.ทรัมป์วิจารณ์เกาหลีใต้ว่า ช่วยเหลือในสงครามอิหร่านไม่เพียงพอ ทั้งยังสั่งลดขนาดการซ้อมรบร่วมครั้งใหญ่ระหว่างสองประเทศเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา จนสร้างความกังวลใจให้เกาหลีใต้ซึ่งเป็นพันธมิตรคนสำคัญ
ทั้งนี้ เกาหลีใต้ต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นหลัก ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า เมื่อปี 2568 เกาหลีใต้นำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางสูงถึง 70% และเกือบทั้งหมดต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ปธน.อีกล่าวยืนยันว่าจะไม่ส่งกำลังทหารไปตะวันออกกลางจนเสี่ยงถูกดึงเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้ง แต่ยอมรับว่ารัฐบาลกำลังพิจารณาเพิ่มบทบาทดูแลความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือในแถบนี้
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





