ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (6 พ.ย.) และปรับตัวขึ้นรายวันมากที่สุดในรอบเกือบ 5 เดือน หลังรายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด ส่งผลให้ตลาดมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้า
ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของสกุลเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน เพิ่มขึ้น 0.74% แตะที่ 102.298
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 158.49 เยนในวันศุกร์ จากระดับ 157.85 เยนในวันพฤหัสบดี นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.8206 ฟรังก์สวิส จากระดับ 0.8165 ฟรังก์สวิส และปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 1.4132 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3998 ดอลลาร์แคนาดา
ส่วนเงินยูโรอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.1140 ดอลลาร์ในวันศุกร์ จากระดับ 1.1225 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี ขณะที่เงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.3351 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3459 ดอลลาร์
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 165,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ซึ่งรอยเตอร์สำรวจคาดการณ์ไว้ที่ 65,000 ตำแหน่ง หลังจากตัวเลขเดือนก.ย.ได้รับการปรับทบทวนเพิ่มขึ้นเป็น 60,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.1%
รายงานดังกล่าวเปิดทางให้เฟดสามารถเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปได้ โดยข้อมูลจากเครื่องมือ CME FedWatch Tool ระบุว่า หลังการเปิดเผยตัวเลขจ้างงาน ตลาดได้ปรับเพิ่มโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 0.25% ในการประชุมเดือนธ.ค. กลับขึ้นมาใกล้ระดับ 80%
ตลอดทั้งสัปดาห์ ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นราว 0.3% ขณะที่เงินยูโรอ่อนค่าลง 0.1% และปรับตัวลงเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน
ก่อนหน้านี้ ตลาดคาดการณ์โอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนหน้าลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 67% เมื่อวันพฤหัสบดี ท่ามกลางการร่วงลงอย่างหนักของตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยดัชนี S&P500 สูญเสียมูลค่าตลาดไปราว 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลงในอัตรารายวันมากที่สุดในรอบ 19 เดือน จากความกังวลว่ารัฐบาลจะออกกฎระเบียบควบคุมการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้มงวดมากขึ้น หลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ซึ่งอาจฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ
สมาชิกพรรคเดโมแครตวางแผนผลักดันกฎหมายใหม่จำนวนมากเพื่อกำกับดูแลระบบ AI และการพัฒนาศูนย์ข้อมูล เมื่อพรรคเข้าควบคุมสภาคองเกรสสหรัฐฯ ในเดือนม.ค.
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นอยู่แล้วก่อนการเปิดเผยข้อมูลจ้างงาน โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย หลังแรงเทขายหุ้นกลุ่ม AI แพร่กระจายไปทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มทรงตัวเมื่อเปิดตลาด และดัชนี Nasdaq ฟื้นตัวขึ้นมากกว่า 1% ในช่วงท้ายของการซื้อขาย
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นหลังการเปิดเผยรายงานจ้างงาน โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้น 1.6 basis points สู่ระดับ 4.85% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี เพิ่มขึ้น 4.1 basis points สู่ระดับ 4.52%
ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟดเมื่อวันศุกร์ยังสนับสนุนมุมมองที่ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยจอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแสดงความยืดหยุ่นอย่างน่าทึ่ง แม้ต้องเผชิญกับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจหลายระลอก อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงเกินไป และจำเป็นต้องผลักดันให้ลดลงสู่เป้าหมาย 2%
ขณะเดียวกัน อัลเบร์โต มูซาเลม ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า เงินเฟ้อยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ภาคธุรกิจในเขตมิดเวสต์ของสหรัฐฯ หยิบยกขึ้นมาหารือกับเขาอยู่เสมอ ส่วนแมรี เดลี ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาซานฟรานซิสโก กล่าวว่า เฟดยังคงมีแนวโน้มจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม แม้ตลาดหุ้นเทคโนโลยีจะเผชิญแรงเทขายอย่างหนักจนสร้างความเสียหายต่อนักลงทุนก็ตาม
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





