
กองบัญชาการภาคใต้ของสหรัฐฯ (U.S. Southern Command) แถลงเมื่อวันพุธ (31 ธ.ค.) ว่า ได้ทำลายเรือต้องสงสัย 5 ลำที่เชื่อว่าใช้ขนส่งยาเสพติดในน่านน้ำสากลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออก ตลอดช่วงเวลา 2 วัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตบนเรือรวม 8 ราย ขณะที่ผู้ต้องสงสัยรายอื่น ๆ กระโดดลงทะเลหลบหนี
กองบัญชาการฯ ระบุผ่านเว็บไซต์ว่า ภายใต้คำสั่งของรัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธนั้น หน่วยเฉพาะกิจ Joint Task Force Southern Spear ได้ดำเนินการโจมตีทางทหารต่อเรือ 3 ลำที่ดำเนินการโดยองค์กรที่ถูกจัดให้เป็นองค์กรก่อการร้าย เมื่อวันจันทร์ และอีก 2 ลำในวันพุธ
กองบัญชาการฯ ระบุว่า การโจมตีครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 รายบนเรือลำแรก พร้อมเสริมว่า “ผู้ก่อการร้ายที่ค้ายาเสพติดรายที่เหลือได้ทิ้งเรืออีก 2 ลำ โดยกระโดดลงทะเลและแยกย้ายกันหลบหนี ก่อนที่การโจมตีต่อเนื่องจะทำให้เรือแต่ละลำจมลง”
ในแถลงการณ์อีกฉบับหนึ่ง กองบัญชาการฯ ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอีก 5 รายจากปฏิบัติการในวันพุธ โดยเสียชีวิต 3 รายในเรือลำแรก และ 2 รายในเรือลำที่สอง
นับถึงวันพุธ (31 ธ.ค.) กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้จมเรือที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดแล้ว 35 ลำในทะเลแคริบเบียนและมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกนับตั้งแต่ต้นเดือนก.ย. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตบนเรืออย่างน้อย 115 ราย
ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ประจำการกำลังทหารจำนวนมากในภูมิภาคแคริบเบียน โดยส่วนใหญ่อยู่ใกล้ชายฝั่งเวเนซุเอลา โดยอ้างว่าเป็นการต่อสู้กับการค้ายาเสพติด อย่างไรก็ดี เวเนซุเอลาได้ประณามข้ออ้างดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นความพยายามแอบแฝงในการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลของเวเนซุเอลา
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 ม.ค. 69)





