
ดัชนีดาวโจนส์และดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ (2 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นผู้ผลิตชิปอย่าง Nvidia และ Intel รวมถึงหุ้น Boeing
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,382.39 จุด เพิ่มขึ้น 319.10 จุด หรือ +0.66%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,858.47 จุด เพิ่มขึ้น 12.97 จุด หรือ +0.19% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,235.63 จุด ลดลง 6.36 จุด หรือ -0.03%
หุ้น 8 กลุ่มจากทั้งหมด 11 กลุ่มหลักของดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก โดยกลุ่มพลังงานและกลุ่มอุตสาหกรรมพุ่งขึ้น 2.09% และ 1.88% ตามลำดับ ขณะที่กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและกลุ่มบริการด้านการสื่อสารปรับตัวลง 1.14% และ 0.38% ตามลำดับ
หุ้นกลุ่มชิปช่วยหนุนตลาดในวันศุกร์ โดยดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดฟิลาเดลเฟียพุ่งขึ้น 4% ขณะที่หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและสาธารณูปโภคก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน ส่วนหุ้น Caterpillar และหุ้น Boeing พุ่งขึ้น 4.5% และ 4.9% ตามลำดับ ช่วยหนุนดัชนีดาวโจนส์
แม้หุ้นกลุ่มชิปปรับตัวขึ้น แต่หุ้นขนาดใหญ่หลายตัวอย่าง Apple และ Microsoft ปรับตัวลง ทำให้การปรับขึ้นของดัชนี S&P500 และ Nasdaq ถูกจำกัด
ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ยังถูกกดดันจากแรงขายในหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยเพื่อการบริโภค รวมถึง Amazon ขณะที่ Tesla ร่วงลง 2.6% หลังยอดขายรายปีลดลงเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
นักวิเคราะห์รายหนึ่งให้ความเห็นว่า ตลาดกำลังอยู่ในภาวะการซื้อเมื่อราคาย่อตัวและขายเมื่อราคาดีดตัว ซึ่งเป็นพฤติกรรมการซื้อขายที่นักลงทุนหากำไรจากความผันผวนระยะสั้นด้วยการจับจังหวะเข้าและออกจากตลาด
แรงขายก่อนหน้านี้ได้ลดทอนความคาดหวังต่อการเกิด Santa Claus rally ซึ่งตามสถิติแล้ว ตลาดมักจะได้แรงหนุนในช่วง 5 วันทำการสุดท้ายของเดือนธ.ค. และ 2 วันแรกของเดือนม.ค. ตามข้อมูลของ Stock Trader’s Almanac
ทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะเป็นปัจจัยกำหนดบรรยากาศของตลาดโลกในปี 2569 หลังข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดและความคาดหวังเกี่ยวกับประธานเฟดคนใหม่ที่มีท่าทีผ่อนคลายมากขึ้น ทำให้นักลงทุนประเมินว่าจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
นักวิเคราะห์จาก Stock Trader Network กล่าวว่า ประธานเฟดคนถัดไปน่าจะมีท่าทีผ่อนคลายมากกว่า เจอโรม พาวเวล และมีความเป็นไปได้ว่าในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ อัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อหุ้นทุกกลุ่ม ไม่ใช่เฉพาะหุ้นเทคโนโลยีเท่านั้น
ประเด็นสำคัญในเดือนม.ค. คือข้อมูลตลาดแรงงานที่จะประกาศในสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะหลังจากพาวเวลเตือนในการประชุมเดือนธ.ค.ว่า ยังไม่ควรปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม จนกว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะการจ้างงาน
ตลาดยังคงให้ความสนใจกับมาตรการภาษีที่อาจสร้างความประหลาดใจจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะหลังทำเนียบขาวระบุว่า เขาได้ลงนามในประกาศเลื่อนการปรับขึ้นภาษีสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์หุ้มเบาะ ตู้ครัว และตู้ล้างหน้าออกไปอีก 1 ปี
หุ้นผู้ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์อย่าง Wayfair, Williams-Sonoma และ RH พุ่งขึ้น 6%, 5% และเกือบ 8% ตามลำดับ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 ม.ค. 69)





