ก.ล.ต. ปรับปรุงหลักเกณฑ์การแบ่งชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนรวม มีผล 16 ม.ค.69

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การแบ่งชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนรวม (share class) ให้มีความชัดเจน เหมาะสมกับบริบทของตลาดทุนไทยและเป็นไปตามหลักการสากลยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่น และลดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งและบริหารกองทุนรวมของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อีกทั้ง ผู้ลงทุนได้รับการคิดค่าธรรมเนียมอย่างเหมาะสมตาม share class ที่เลือกลงทุน โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2569

ตามที่ ก.ล.ต. ได้เปิดรับฟังความเห็นต่อหลักการเกี่ยวกับการปรับปรุงหลักเกณฑ์การแบ่งชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนรวม ในช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งผู้ร่วมแสดงความเห็นส่วนใหญ่เห็นด้วยตามหลักการที่ ก.ล.ต. เสนอ นั้น ก.ล.ต. จึงปรับปรุงหลักเกณฑ์การแบ่ง share class โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

(1) กำหนดหลักการสำคัญของการแบ่ง share class และให้อำนาจ ก.ล.ต. กำหนดรายละเอียดและลักษณะการแบ่งชนิดหน่วยลงทุนดังกล่าวเพิ่มเติมได้

(2) กำหนดลักษณะของการแบ่ง share class ของกองทุนรวมเพิ่มเติม ดังนี้

(2.1) ประเภทผู้ลงทุน

(2.2) เงื่อนไขการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน

(2.3) นโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (currency hedged share class)

(3) ให้แต่ละ share class สามารถกำหนดค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายอื่นใดในอัตราที่แตกต่างกันได้ตามบริการหรือต้นทุนที่ต่างกัน

(4) กำหนดหลักเกณฑ์ให้ บลจ. ต้องมีมาตรการในการบริหารความเสี่ยงเพิ่มเติมสำหรับกองทุนรวมที่มีการแบ่ง share class ตามนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่แตกต่างกัน

ทั้งนี้ ประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์ดังกล่าว* ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2569 เป็นต้นไป

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 ม.ค. 69)