เลือกตั้ง’69: “ยศชนัน” หาเสียงชาวนาภาคกลาง มั่นใจเพื่อไทยกวาดที่นั่ง สส. “นนท์-ปทุม-อยุธยา”

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้ง พร้อมรับฟังปัญหาจากกลุ่มชาวนา และเกษตรกร ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี, นนทบุรี และพระนครศรีอยุธยา

โดยระบุว่า วันนี้เรามารับฟังปัญหาให้เห็นกับตา แล้วกลับไปทำนโยบายให้ประชาชนได้เท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเมล็ดพันธุ์ ปัญหาน้ำท่วม ราคาพืชผลการเกษตร โดยพรรคมีนโยบายประกันกำไร 30%

ส่วนปัญหาในเชิงสังคม และความเหลื่อมล้ำนั้น หากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล จะเดินหน้าโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ต่อ รวมทั้งโครงการ เด็กไทยอยากเรียนต้องได้เรียน ส่วนกรณีผู้สูงอายุนั้น ขอให้ติดตามนโยบายของพรรค ที่จะมีการปราศรัยใหญ่ในวันที่ 8 ม.ค.นี้ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นที่ถูกใจของทุกคนอย่างแน่นอน

นายยศชนัน ยังกล่าวถึงความคาดหวังเก้าอี้ สส. ใน จ.พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี หลังลงพื้นที่รับฟังปัญหาเกษตรกรในวันนี้ ว่า มีความมั่นใจแบบดีวันดีคืน นาทีนี้พรรคเพื่อไทยมีความมั่นใจ คิดว่าจะเหมาทั้งหมดทั้ง 3 จังหวัด ซึ่งผู้สมัครทุกคนมั่นใจ แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่ประมาทในการลงพื้นที่ ทำให้ประชาชนเห็นว่าไม่ใช่แค่ช่วงเลือกตั้ง แต่พรรคเพื่อไทยลงพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเข้าใจปัญหาที่แท้จริง จะทำให้ประชาชนได้เห็นความตั้งใจจริงของผู้สมัครทุกคน

ส่วนการดึงคะแนนจากประชาชนที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคใดนั้น นายยศชนัน กล่าวว่า มีความมั่นใจ เพราะหลายคนมองพรรคเพื่อไทยเป็นตัวเลือกลำดับต้น ๆ และมองว่าเป็นพรรคที่มีประสบการณ์ สามารถทำนโยบายเพื่อประชาชนรากหญ้า จึงมั่นใจว่า หลังจากนี้คนที่ยังไม่ตัดสินใจ จะกลับมาเลือกพรรคเพื่อไทยมากขึ้นอย่างแน่นอน

ด้านนายจุลพันธ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย เดินเข้าหาประชาชน และมาพร้อมนโยบายที่ดี ซึ่งในภาคกลาง คงไม่พูดถึงเรื่องข้าวไม่ได้ โดยตั้งเป้าจะทำราคาข้าวหอมมะลิให้ถึง 15,000 บาท/ตัน ข้าวขาว 10,000 บาท/ตัน โดยมีนโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% ซึ่งแตกต่างจากประกันราคา เพราะปักหมุดไว้ที่ต้นทุน ไม่ว่าต้นทุนจะอยู่ที่เท่าไร ราคาตลาดจะผันผวนอย่างไร แต่พรรคเพื่อไทยจะทำให้ทุกคนมีกำไร

รวมถึงต้องดูปัจจัยการผลิตว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึงเครื่องจักรการเกษตร ซึ่งขณะนี้จะมีโครงการคูปองปุ๋ย คูปองเมล็ดพันธุ์ เพราะให้ความสำคัญกับพี่น้องชาวเกษตรกร พร้อมทั้งเดินหน้านโยบายพักหนี้ แก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกร

ขณะที่ตัวแทนเกษตรกร สะท้อนปัญหาว่า น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นส่วนสำคัญในการผลิต เมื่อน้ำมันแพงจะทำให้ต้นทุนสูง แม้อยากจะหันไปใช้พลังงานไฟฟ้า แต่กระบวนการขั้นตอนในการขอใช้นั้นค่อนข้างยุ่งยาก จึงอยากให้ช่วยลดกระบวนการขั้นตอนต่าง ๆ รวมถึงหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล เรื่องการบริหารจัดการน้ำอยากให้ช่วยประสานงานระหว่าง กระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์ ร่วมกับกรมชลประทาน กรมอุตุนิยมวิทยา และ อยากให้มีมาตรการชดเชยการเผา เช่น การสนุบสนุนรถอัดฟาง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร รวมถึงอยากให้สนับสนุนรถข้าวเปลือก พัฒนาโครงการ 30 บาทรักษาทุกที่ สนับสนุนเครื่องมือแพทย์ให้โรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ การพัฒนาโครงการกองทุนหมู่บ้าน และเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาท/เดือน โดยไม่ต้องใช้อัตราแบบขั้นบันได

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 ม.ค. 69)