ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบตามวอลล์สตรีท กังวลภูมิรัฐศาสตร์ตึงเครียด

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (8 ม.ค.) หลังจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ รวมทั้งถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่สร้างความวิตกกังวลให้กับตลาด

หุ้นบริษัทผลิตยุทโธปกรณ์ในตลาดหุ้นนิวยอร์กร่วงลงในการซื้อขายวันพุธ (7 ม.ค.) หลังจากปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะไม่อนุญาตให้บริษัทผู้ผลิตยุทโธปรณ์จ่ายเงินปันผลหรือซื้อหุ้นคืน จนกว่าบริษัทในกลุ่มนี้จะแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการผลิตยุทโธปกรณ์ทางการทหาร ส่วนหุ้นบริษัทที่ทำธุรกิจกว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ร่วงลงอย่างหนัก หลังจากปธน.ทรัมป์กล่าวว่า เขากำลังพิจารณาการออกคำสั่งห้ามบริษัทในวอลล์สตรีทกว้านซื้อบ้านเดี่ยว โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้ราคาบ้านลดลง

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 51,769.83 จุด ลดลง 192.15 จุด หรือ -0.37%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,302.78 จุด ลดลง 156.17 จุด หรือ -0.59% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,077.72 จุด ลดลง -8.05 จุด หรือ -0.20%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เพิ่มขึ้น 0.12% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียบวก 0.21%

อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงมีความหวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย หลังมีการเปิดเผยข้อมูลแรงงานที่อ่อนแอเกินคาด โดยสำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 303,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.146 ล้านตำแหน่งในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย. 2567 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 7.60 ล้านตำแหน่ง จากระดับ 7.449 ล้านตำแหน่งในเดือนต.ค.

ด้านออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 41,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 48,000 ตำแหน่ง หลังจากลดลง 29,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย.

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าตัวเลขการจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 57,000 ตำแหน่งในเดือนธ.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 64,000 ตำแหน่งในเดือนพ.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานจะลดลงสู่ระดับ 4.5% ในเดือนธ.ค. จากระดับ 4.6% ในเดือนพ.ย.

นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังจากสหรัฐฯ ได้ยึดเรือบรรทุกน้ำมันรัสเซียที่มีความเชื่อมโยงกับเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแผนการของรัฐบาลทรัมป์ที่จะควบคุมการไหลเวียนของน้ำมันในทวีปอเมริกา และกดดันให้รัฐบาลเวเนซุเอลายอมเป็นพันธมิตร

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ม.ค. 69)