
ริโอ ทินโต (Rio Tinto) กำลังเจรจาเบื้องต้นเพื่อเข้าซื้อกิจการของเกลนคอร์ (Glencore) ซึ่งหากการควบรวมกิจการสำเร็จก็จะก่อให้เกิดบริษัทเหมืองแร่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าตลาดรวมเกือบ 2.07 แสนล้านดอลลาร์
ทั้งสองบริษัทเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวในคืนวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.) แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าการควบรวมกิจการจะออกมาในรูปแบบใด รวมถึงสินทรัพย์ใดที่จะรวมอยู่ในข้อตกลงนี้ โดยการเจรจาล่าสุดนี้ถือเป็นครั้งที่สองในเวลาเพียงหนึ่งปีเศษ หลังจากที่เกลนคอร์ได้ติดต่อริโอ ทินโต เมื่อปลายปี 2567 เพื่อเจรจาข้อตกลง แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ
ทั้งสองบริษัทเปิดเผยว่า ริโอ ทินโต อาจใช้หุ้นของตัวเอง แลกซื้อหุ้นของเกลนคอร์ “บางส่วนหรือทั้งหมด” แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าจะมีการเสนอซื้อหุ้นในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดหรือไม่
ทั้งสองบริษัทไม่ได้เปิดเผยว่าใครจะเป็นผู้บริหารบริษัทที่ควบรวมกันหากดีลครั้งนี้เสร็จสมบูรณ์ นอกจากนี้ ยังไม่มีความแน่นอนว่าจะสามารถตกลงเงื่อนไขของข้อตกลงหรือข้อเสนอใด ๆ ได้หรือไม่
ภายใต้กฎการเข้าซื้อกิจการของสหราชอาณาจักร ริโอ ทินโต มีเวลาถึงวันที่ 5 ก.พ. ในการยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการเพื่อซื้อกิจการเกลนคอร์ หรือประกาศว่าจะไม่ดำเนินการต่อ
หุ้นเกลนคอร์ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 6% หลังจากมีการยืนยันการเจรจาดังกล่าว แต่หุ้นริโอ ทินโตในตลาดหุ้นออสเตรเลียร่วงลง 6.4% ซึ่งดิ่งลงหนักสุดระหว่างวันนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2565 ในขณะที่ตลาดโดยรวมปรับตัวขึ้น
ทั้งนี้ ริโอ ทินโต ผู้ผลิตแร่เหล็กรายใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่าตลาดประมาณ 1.42 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่เกลนคอร์ ผู้ผลิตโลหะพื้นฐานรายใหญ่ของโลก มีมูลค่าตลาดประมาณ 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ม.ค. 69)





