
ทางการสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ศุลกากรและป้องกันชายแดน (CBP) ใช้อาวุธปืนยิงจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ในเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐออริกอน เมื่อวันพฤหัสบดี (8 ม.ค.)
ทางด้านตำรวจพอร์ตแลนด์ระบุว่า เจ้าหน้าที่พบชายหนึ่งคนและหญิงหนึ่งคนมีบาดแผลจากการถูกยิงอย่างชัดเจน ทั้งคู่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน โดยในขณะนี้ยังไม่ทราบอาการที่แน่ชัด
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เหตุสลดครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวัน หลังจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) ได้วิสามัญฆาตกรรมหญิงรายหนึ่งในเมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวยิ่งทำให้สังคมหันมาจับตาการบังคับใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลกลางอย่างหนัก และส่งผลให้ประชาชนนับพันออกมาแสดงพลังประท้วง
“ขณะนี้พอร์ตแลนด์กำลังเผชิญกับเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจอย่างหนักอีกครั้ง” คีธ วิลสัน นายกเทศมนตรีเมืองพอร์ตแลนด์ระบุในแถลงการณ์ พร้อมเสริมว่า เมืองพอร์ตแลนด์ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ในขณะที่สิทธิตามรัฐธรรมนูญถูกลิดรอนและเหตุรุนแรงนองเลือดมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น
วิลสันกล่าวอีกว่า พอร์ตแลนด์ไม่ใช่ “สนามฝึกซ้อม” สำหรับเจ้าหน้าที่ติดอาวุธ พร้อมเตือนว่า “การใช้กำลังอย่างเต็มรูปแบบ” ตามที่รัฐบาลข่มขู่นั้นรังแต่จะนำมาซึ่งความสูญเสียถึงชีวิต นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้หน่วยงาน ICE ยุติปฏิบัติการทั้งหมดในเมืองพอร์ตแลนด์จนกว่ากระบวนการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบจะเสร็จสิ้น
ขณะเดียวกัน เจฟฟ์ เมิร์กลีย์ วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ประจำรัฐออริกอน ได้ออกมาขอความร่วมมือให้ประชาชนรักษาความสงบในการจัดกิจกรรมประท้วงที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ม.ค. 69)





