
ธนาคารยักษ์ใหญ่ 6 แห่งของสหรัฐฯ คาดว่าจะทำกำไรประจำปีสูงเป็นอันดับสองตลอดกาลที่ราว 1.57 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังสามารถปรับตัวรับมือกับนโยบายแบบฉับพลันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
การทำดีลธุรกิจของบริษัทพุ่งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาล ท่าทีของรัฐบาลที่เป็นมิตรต่อธุรกิจมากขึ้นช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางการเงิน ขณะที่ลูกค้าที่ซื้อขายหลักทรัพย์ต้องปรับพอร์ตหลายครั้งเพื่อตอบสนองต่อการประกาศนโยบายแบบฉับพลันของทรัมป์
นอกจากนี้ ความก้าวหน้าในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังช่วยให้ธนาคารหลายแห่งควบคุมค่าใช้จ่ายได้
เมื่อเริ่มการรายงานผลประกอบการในสัปดาห์หน้า นักวิเคราะห์ประเมินว่า ธนาคารชั้นนำ 6 แห่ง ได้แก่ เจพีมอร์แกน เชส (JPMorgan Chase), แบงก์ ออฟ อเมริกา (Bank of America), ซิตี้กรุ๊ป (Citigroup), เวลส์ ฟาร์โก (Wells Fargo), โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) และมอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) อาจเพิ่มกำไรประจำปีรวมกันประมาณ 9% จากปีก่อน ซึ่งใกล้แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ช่วงที่เกิดกระแสการทำข้อตกลงธุรกิจและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงโควิดระบาดในปี 2564
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ม.ค. 69)





