
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยภริยา น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ เดินทางถึงตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดยมี น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ โดยมีวงโยธวาทิตโรงเรียนอัสสัมชัญ (AC BAND) ได้บรรเลงเพลงต้อนรับอย่างอบอุ่น
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ชมการแสดงของเด็กและเยาวชนประกอบด้วยการแสดงชุด Quality Hearts of Thailand, Shaping the World-เด็กไทยหัวใจรักชาติสร้างสรรค์คุณภาพสู่โลกอนาคต จากสมาคมเยาวชนจิตอาสาพัฒนา, การแสดงชุด Cheer Dance จากทีม Monkey Naughty Thailand และรับชมวีดิทัศน์เกมโรบอกซ์เขียนโค้ดสร้างสรรค์ภารกิจนักบินฮีโร่ของนายกรัฐมนตรีในภารกิจจิตอาสา โดย ด.ช.จิณณ์ ยศสุนทร (Jinn Kode Code) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อายุ 11 ปี โปรแกรมเมอร์เด็ก แชมป์เขียนโค้ดระดับประเทศ
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดงานและให้โอวาทแก่เด็กและเยาวชนว่า วันนี้ลุงและพี่ ๆ ข้าราชการได้มาเปิดทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่เช้า เพื่อต้อนรับให้เด็ก ๆ ได้เข้ามาเยี่ยมชมสถานที่ทำงานของพวกเรา อยากให้เยาวชนของชาติ ได้มาร่วมกันสร้างความทรงจำวันเด็ก สามารถขึ้นไปเยี่ยมชมห้องทำงาน นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ลองทำหน้าที่โฆษกฯ ที่ตึกนารีสโมสร และเมื่อเดินพบกิจกรรมใดก็สามารถร่วมสนุก พร้อมรับของรางวัลกันได้
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงคำขวัญวันเด็กแห่งชาติประจำปีนี้ว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” เป็นคำขวัญที่เรียบง่าย จำง่าย และคิดว่าเด็กทุกวัยสามารถเข้าใจได้ คำว่า “รักชาติไทย” เชื่อว่าทุกคนมีความรักชาติอยู่แล้ว เราเป็นพลเมืองไทย และตั้งใจประพฤติตนเป็นคนดี เคารพกฎหมาย และทำประโยชน์ให้กับส่วนรวมเพื่อประเทศชาติ แต่นอกจากเป็นพลเมืองไทยแล้ว พวกเราก็ยังเป็น “พลเมืองโลก” ในปัจจุบันโลกมีความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นเด็กไทยจะต้อง “ใส่ใจโลก” มีความสามารถที่จะเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกได้ เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม รู้เท่าทันเทคโนโลยี พูดภาษาต่างประเทศได้ เคารพกติกาสากล
“หวังว่าในอนาคตลูก ๆ หลานๆ ทุกคนจะต้องพูดได้ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ อย่างน้องต้อง 2 ภาษา ซึ่งเราพยายามจะทำให้เยาวชน ได้เข้าถึงการศึกษาที่ทำให้สามารถเชี่ยวชาญในภาษาต่างประเทศ มีโลกทัศน์ที่กว้างไกลมากขึ้น สร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย เมื่อโตขึ้น ขอให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของโลกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาสิทธิมนุษยชน หรือปัญหาเรื่องอื่นๆ ที่เราสามารถมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขได้ ตามช่วงวัยและศักยภาพของเรา” นายอนุทิน กล่าว
ความหมายของคำขวัญ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” ที่อยากฝากไว้ในวันเด็ก และขอฝากให้ผู้ใหญ่ทุกคน คุณพ่อ คุณแม่ คุณครู รวมถึงสื่อมวลชน ร่วมกันปลูกฝังให้เด็กไทยเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ และสามารถยืนอย่างโดดเด่นได้ ในฐานะพลเมืองโลกด้วย ขอฝากให้ผู้ใหญ่ทุกคน ช่วยกันดูแลเด็ก และเยาวชนของเราให้มีความปลอดภัยเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดี เข้าถึงการศึกษาสูงสุดเท่าที่เขาจะศึกษาได้ ถ้าเด็กและเยาวชนเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีความสมบูรณ์ ก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพสูง พัฒนาประเทศไทยของเราให้มีความก้าวหน้า เชื่อมั่นว่าเด็กไทยทุกคนมีความสามารถ เก่งทุกคน ไม่แพ้ใครแน่นอน
“วันนี้ขอให้ทุกคนเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์จากเนื้อหาที่หน่วยงานของรัฐจัดมาต้อนรับที่ทำเนียบ และที่หน่วยงานอื่นๆ จัดขึ้น “สุขสันต์วันเด็ก” เที่ยวงานให้สนุกปลอดภัย และหวังว่าลูกๆ หลานๆ จะมีความสุข และได้แรงบันดาลใจดีๆ กลับไปทุกคน พร้อมขอบคุณคุณครู เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่ร่วมกันจัดงานวันเด็กให้มีความครอบคลุมทุกด้าน” นายอนุทิน กล่าว
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เปิดงานวันฉลองวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ โดยร่วมกับ ด.ช. จิณณ์ เล่นเกมโรบอกซ์ พิชิตภารกิจหัวใจติดปีก ถือแท็บเล็ตบังคับเครื่องบินเก็บหัวใจและไปให้ถึงเส้นชัย ซึ่งเป็นเกมออนไลน์จำลองสถานการณ์ในโลกเสมือนจริง ทั้งนี้ เกมโรบอกซ์ ได้ถูกออกแบบพิเศษโดย ด.ช.จิณณ์ ยศสุนทร (Jinn Kode Code) เพื่อใช้เป็นกิจกรรมเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ณ ทำเนียบรัฐบาล สร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วมระหว่างนายกรัฐมนตรีกับเด็กและเยาวชนอย่างใกล้ชิด
ต่อมา นายกรัฐมนตรี และคณะผู้เข้าร่วมงาน ได้ถ่ายภาพร่วมกับนักแสดงบนเวที และวงโยธวาทิตโรงเรียนอัสสัมชัญ (AC BAND) ซึ่งบรรเลงเพลงส่ง ก่อนเดินออกจากตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ไปยังตึกสันติไมตรี (โถงกลาง) และถ่ายภาพร่วมกับคณะนักเรียนร้องประสานเสียงของโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยบนเวที และชมนิทรรศการต่าง ๆ ที่จัดขึ้นในงานวันเด็กแห่งชาติ
ก่อนเดินทางมายังตึกสันติไมตรี นายกรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพและมอบของที่ระลึกแก่เด็กและเยาวชนจำนวน 26 คน ณ ห้องทำงานชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ได้แก่ เด็กและเยาวชนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงบุตรธิดาทหารกล้าที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์การสู้รบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาด้วย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ม.ค. 69)





