นายกฯ เปิดงานวันเด็กแห่งชาติ 2569 เชิญชวน “รักชาติไทย ใส่ใจโลก”

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย พร้อมด้วยภริยา น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ เดินทางถึงตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล โดยมี น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ โดยมีวงโยธวาทิตโรงเรียนอัสสัมชัญ (AC BAND) ได้บรรเลงเพลงต้อนรับอย่างอบอุ่น

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ชมการแสดงของเด็กและเยาวชนประกอบด้วยการแสดงชุด Quality Hearts of Thailand, Shaping the World-เด็กไทยหัวใจรักชาติสร้างสรรค์คุณภาพสู่โลกอนาคต จากสมาคมเยาวชนจิตอาสาพัฒนา, การแสดงชุด Cheer Dance จากทีม Monkey Naughty Thailand และรับชมวีดิทัศน์เกมโรบอกซ์เขียนโค้ดสร้างสรรค์ภารกิจนักบินฮีโร่ของนายกรัฐมนตรีในภารกิจจิตอาสา โดย ด.ช.จิณณ์ ยศสุนทร (Jinn Kode Code) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อายุ 11 ปี โปรแกรมเมอร์เด็ก แชมป์เขียนโค้ดระดับประเทศ

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวเปิดงานและให้โอวาทแก่เด็กและเยาวชนว่า วันนี้ลุงและพี่ ๆ ข้าราชการได้มาเปิดทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่เช้า เพื่อต้อนรับให้เด็ก ๆ ได้เข้ามาเยี่ยมชมสถานที่ทำงานของพวกเรา อยากให้เยาวชนของชาติ ได้มาร่วมกันสร้างความทรงจำวันเด็ก สามารถขึ้นไปเยี่ยมชมห้องทำงาน นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ลองทำหน้าที่โฆษกฯ ที่ตึกนารีสโมสร และเมื่อเดินพบกิจกรรมใดก็สามารถร่วมสนุก พร้อมรับของรางวัลกันได้

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงคำขวัญวันเด็กแห่งชาติประจำปีนี้ว่า “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” เป็นคำขวัญที่เรียบง่าย จำง่าย และคิดว่าเด็กทุกวัยสามารถเข้าใจได้ คำว่า “รักชาติไทย” เชื่อว่าทุกคนมีความรักชาติอยู่แล้ว เราเป็นพลเมืองไทย และตั้งใจประพฤติตนเป็นคนดี เคารพกฎหมาย และทำประโยชน์ให้กับส่วนรวมเพื่อประเทศชาติ แต่นอกจากเป็นพลเมืองไทยแล้ว พวกเราก็ยังเป็น “พลเมืองโลก” ในปัจจุบันโลกมีความเปลี่ยนแปลง ดังนั้นเด็กไทยจะต้อง “ใส่ใจโลก” มีความสามารถที่จะเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกได้ เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรม รู้เท่าทันเทคโนโลยี พูดภาษาต่างประเทศได้ เคารพกติกาสากล

“หวังว่าในอนาคตลูก ๆ หลานๆ ทุกคนจะต้องพูดได้ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ อย่างน้องต้อง 2 ภาษา ซึ่งเราพยายามจะทำให้เยาวชน ได้เข้าถึงการศึกษาที่ทำให้สามารถเชี่ยวชาญในภาษาต่างประเทศ มีโลกทัศน์ที่กว้างไกลมากขึ้น สร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทย เมื่อโตขึ้น ขอให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาของโลกด้วย ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาสิทธิมนุษยชน หรือปัญหาเรื่องอื่นๆ ที่เราสามารถมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขได้ ตามช่วงวัยและศักยภาพของเรา” นายอนุทิน กล่าว

ความหมายของคำขวัญ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” ที่อยากฝากไว้ในวันเด็ก และขอฝากให้ผู้ใหญ่ทุกคน คุณพ่อ คุณแม่ คุณครู รวมถึงสื่อมวลชน ร่วมกันปลูกฝังให้เด็กไทยเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ และสามารถยืนอย่างโดดเด่นได้ ในฐานะพลเมืองโลกด้วย ขอฝากให้ผู้ใหญ่ทุกคน ช่วยกันดูแลเด็ก และเยาวชนของเราให้มีความปลอดภัยเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดี เข้าถึงการศึกษาสูงสุดเท่าที่เขาจะศึกษาได้ ถ้าเด็กและเยาวชนเติบโตในสภาพแวดล้อมที่มีความสมบูรณ์ ก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพสูง พัฒนาประเทศไทยของเราให้มีความก้าวหน้า เชื่อมั่นว่าเด็กไทยทุกคนมีความสามารถ เก่งทุกคน ไม่แพ้ใครแน่นอน

“วันนี้ขอให้ทุกคนเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์จากเนื้อหาที่หน่วยงานของรัฐจัดมาต้อนรับที่ทำเนียบ และที่หน่วยงานอื่นๆ จัดขึ้น “สุขสันต์วันเด็ก” เที่ยวงานให้สนุกปลอดภัย และหวังว่าลูกๆ หลานๆ จะมีความสุข และได้แรงบันดาลใจดีๆ กลับไปทุกคน พร้อมขอบคุณคุณครู เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกคนที่ร่วมกันจัดงานวันเด็กให้มีความครอบคลุมทุกด้าน” นายอนุทิน กล่าว

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เปิดงานวันฉลองวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ โดยร่วมกับ ด.ช. จิณณ์ เล่นเกมโรบอกซ์ พิชิตภารกิจหัวใจติดปีก ถือแท็บเล็ตบังคับเครื่องบินเก็บหัวใจและไปให้ถึงเส้นชัย ซึ่งเป็นเกมออนไลน์จำลองสถานการณ์ในโลกเสมือนจริง ทั้งนี้ เกมโรบอกซ์ ได้ถูกออกแบบพิเศษโดย ด.ช.จิณณ์ ยศสุนทร (Jinn Kode Code) เพื่อใช้เป็นกิจกรรมเปิดงานวันเด็กแห่งชาติ ณ ทำเนียบรัฐบาล สร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วมระหว่างนายกรัฐมนตรีกับเด็กและเยาวชนอย่างใกล้ชิด

ต่อมา นายกรัฐมนตรี และคณะผู้เข้าร่วมงาน ได้ถ่ายภาพร่วมกับนักแสดงบนเวที และวงโยธวาทิตโรงเรียนอัสสัมชัญ (AC BAND) ซึ่งบรรเลงเพลงส่ง ก่อนเดินออกจากตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ไปยังตึกสันติไมตรี (โถงกลาง) และถ่ายภาพร่วมกับคณะนักเรียนร้องประสานเสียงของโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัยบนเวที และชมนิทรรศการต่าง ๆ ที่จัดขึ้นในงานวันเด็กแห่งชาติ

ก่อนเดินทางมายังตึกสันติไมตรี นายกรัฐมนตรีได้ถ่ายภาพและมอบของที่ระลึกแก่เด็กและเยาวชนจำนวน 26 คน ณ ห้องทำงานชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ได้แก่ เด็กและเยาวชนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงบุตรธิดาทหารกล้าที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์การสู้รบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาด้วย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ม.ค. 69)