อย่าด่วนสรุป!! เหตุบึ้มชายแดนใต้เป็นการเมืองเลือกตั้งท้องถิ่น “วิโรจน์” หนุนบังคับใช้กม.เสมอภาค

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรค และผู้สมัครสส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยถึงกรณีที่เกิดเหตุลอบวางระเบิดและวางเพลิงเผาปั๊มน้ำมันใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวม 11 จุด ช่วงเวลาประมาณ 01.00 ของวานนี้ (11 ม.ค.) ว่า ควรต้องสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงก่อน ตนคิดว่าการจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นเรื่องที่ต้องเร่งรัดจัดการ อย่างไรก็ตาม กระบวนการบังคับใช้กฎหมายก็ต้องรอบคอบ เป็นธรรม และธำรงไว้ซึ่งนิติรัฐ ให้ประชาชนรู้สึกว่ามีความเสมอภาคกันในการบังคับใช้กฎหมาย ตนก็ขอให้กำลังใจทั้งเจ้าหน้าที่ และประชาชน

ส่วนในเรื่องของการข่าวกรองในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ นายวิโรจน์ มองว่า ยังคงมีเรื่องที่ต้องปรับปรุง และสังคายนากัน เพราะต้องยอมรับว่าข่าวกรองยุคปัจจุบัน มีทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ ดังนั้น หน่วยงานก็ยังถือว่ามีช่องว่างที่ต้องปรับปรุงอยู่ แต่ตนก็คิดว่าต้องให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เหมือนกัน เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่พอเกิดแล้ว ก็แสดงว่ายังมีช่องว่างก็ต้องมาปรับปรุงร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาของคนไทย คือเมื่อเกิดเหตุขึ้นก็มักจะถามว่าใคร แต่เมื่อถามว่าใครสิ่งที่รัฐบาลที่ผ่าน ๆ มาทำ คือการออกกระดาษ A4 1 สั่งย้ายคนนั้น แต่กระบวนการต่าง ๆ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป เปลี่ยนคนใหม่เข้ามาระบบก็เป็นเหมือนเดิม แบบนี้แก้ปัญหาไม่ได้ คนที่ตั้งใจทำงานภายใต้ระบบเดิมก็รู้สึกท้อ ย้ายคนเก่าไปก็เอาคนของตัวเองมา ผู้บริหารบนหอคอยงาช้างก็รับแต่ข่าวดี เพราะข่าวร้ายไม่เคยถูกรายงานขึ้นไปถึง ทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข แทนที่จะถามว่า “ใคร” เราควรถามว่า “ทำไม” และ “จะแก้อย่างไร” และเมื่อมีการจับกุมทั้งหมด แต่บางทีจับถูกตัวบ้างผิดตัวบ้าง ก็ทำให้เกิดความบาดหมางกับคนในพื้นที่

สำหรับกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย บอกว่าได้รับรายงานจากฝ่ายความมั่นคงประเมินว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการส่งสัญญาณสอดรับกับการเลือกตั้งท้องถิ่น ไม่ได้มุ่งหวังก่อการร้าย ตนคิดว่าเร็วเกินไป นายวิโรจน์ กล่าวว่า ไม่อยากให้ด่วนสรุป อยากให้กระบวนการสืบสวนสอบสวนทำงาน การเร่งสรุปผลไม่น่าเป็นผลดี เหมือนฝ่ายบริหารตัดจบเสียเอง ตนเข้าใจว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่มีใครอยากให้เกิด และไม่ได้อยากให้โทษท่านนายกฯ แต่ขอว่าอย่าเพิ่งตัดจบ ให้กระบวนการสืบสวนสอบสวนดำเนินการไป แล้วข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ก็ดำเนินการไปตามข้อเท็จจริง เข้าใจว่า เป็นการระงับเหตุอย่างรวดเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุระลอก 2 ตามมา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วจะไปด่วนสรุปก็ไม่ได้เช่นกัน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ม.ค. 69)