
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ส่งสัญญาณพร้อมสั่งสกัดกั้นบริษัท เอ็กซอนโมบิล (Exxon Mobil) ไม่ให้เข้าไปมีส่วนร่วมในการลงทุนที่เวเนซุเอลา หลังจากประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทยักษ์ใหญ่รายนี้วิจารณ์ในทำเนียบขาวว่า เวเนซุเอลา “ไม่น่าลงทุน” โดยทรัมป์เปิดเผยท่าทีนี้เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (11 ม.ค.) ภายหลังการประชุมร่วมกับคณะผู้บริหารอุตสาหกรรมน้ำมันเมื่อสัปดาห์ก่อน
ชนวนเหตุของความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างการหารือระดับสูงเมื่อวันศุกร์ (9 ม.ค.) ซึ่งมีผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทน้ำมันหลายแห่งเข้าร่วม โดยแดร์เรน วูดส์ ซีอีโอของเอ็กซอน ได้ชี้แจงต่อทรัมป์ว่าเวเนซุเอลายังขาดความดึงดูดใจในเชิงธุรกิจ และจำเป็นต้องปฏิรูปกฎหมายให้เอื้อต่อการลงทุนเสียก่อนจึงจะพิจารณากลับเข้าไปใหม่
คำกล่าวนี้สร้างความไม่พอใจให้กับทรัมป์อย่างมาก เนื่องจากเขาเพิ่งจะเรียกร้องให้กลุ่มผู้บริหารทุ่มเงินลงทุนสูงถึง 1 แสนล้านดอลลาร์เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันของเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นแผนการสำคัญที่เกิดขึ้นไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังจากกองทัพสหรัฐฯ บุกจับกุมและโค่นอำนาจประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ในปฏิบัติการจู่โจมข้ามคืน
ท่าทีเชิงลบของวูดส์กลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ถูกสื่อนำไปพาดหัวทันที ซึ่งส่งผลกระทบต่อความพยายามของทำเนียบขาวในการสร้างความร่วมมือกับกลุ่มผู้ทรงอิทธิพลในวงการน้ำมันโลก
“ผมไม่ชอบคำตอบของเอ็กซอนเลย” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันระหว่างเดินทางกลับวอชิงตันเมื่อวันอาทิตย์ “ผมกะว่าจะตัดเอ็กซอนออกไป ไม่ให้เข้ามาเอี่ยวด้วย ผมไม่ชอบท่าทีของพวกเขาสักเท่าไหร่ พวกนี้เล่นตัวเกินไป”
หากพิจารณาถึงความสัมพันธ์ในอดีต เอ็กซอน พร้อมด้วยโคโนโคฟิลลิปส์ (ConocoPhillips) และเชฟรอน (Chevron) คือสามยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ ที่เป็นพันธมิตรหลักของ PDVSA รัฐวิสาหกิจน้ำมันเวเนซุเอลามาหลายสิบปี แต่ความสัมพันธ์ต้องสิ้นสุดลงเมื่อรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ สั่งยึดกิจการน้ำมันให้เป็นของรัฐในช่วงปี 2547-2550 แม้เชฟรอนจะพยายามเจรจาเพื่อคงฐานธุรกิจไว้ แต่เอ็กซอนกับโคโนโคฟิลลิปส์กลับเลือกที่จะถอนตัวและฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อศาลอนุญาโตตุลาการ ซึ่งปัจจุบันศาลตัดสินให้เวเนซุเอลาต้องชดใช้หนี้แก่ทั้งสองบริษัทรวมกันมากกว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์
“เราโดนยึดทรัพย์ที่นั่นมาสองรอบแล้ว ท่านลองคิดดูสิครับว่าถ้าจะให้เรากลับไปเป็นครั้งที่สาม มันต้องมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่จริง ๆ ถึงจะทำได้” วูดส์ระบุกับทรัมป์เมื่อวันศุกร์ พร้อมเสริมว่า เอ็กซอนต้องการการคุ้มครองการลงทุนที่มั่นคงและการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิล
“ถ้าดูตามข้อกำหนดทางกฎหมายหรือเงื่อนไขทางธุรกิจที่เป็นอยู่ในเวเนซุเอลาตอนนี้ ผมว่ามันยังไม่น่าลงทุนเลย” วูดส์กล่าว
ขณะเดียวกัน ไรอัน แลนซ์ ซีอีโอของโคโนโคฟิลลิปส์ ในฐานะเจ้าหนี้ภาคเอกชนรายใหญ่ที่สุดของเวเนซุเอลา ได้เสนอให้ทรัมป์พิจารณาปรับโครงสร้างหนี้และปฏิรูประบบพลังงานของประเทศใหม่ทั้งหมด รวมถึงการจัดระเบียบ PDVSA ใหม่ด้วย
ทรัมป์ตอบรับว่าโคโนโคฟิลลิปส์จะได้รับเงินคืนเป็นจำนวนมากแน่นอน แต่สหรัฐฯ จะเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด “เราไม่สนหรอกว่าใครเคยขาดทุนหรือเสียอะไรไปบ้างในอดีต เพราะนั่นมันความผิดของพวกคุณเอง” ทรัมป์กล่าวเสริมว่า รัฐบาลของตนจะเป็นคนตัดสินใจเองว่าบริษัทไหนจะได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจในเวเนซุเอลา
“พวกคุณต้องคุยกับเราโดยตรง ไม่ต้องไปคุยกับเวเนซุเอลา เราไม่ต้องการให้พวกคุณไปข้องแวะกับทางนั้นเลยแม้แต่นิดเดียว” ทรัมป์กล่าว
นอกจากนี้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (10 ม.ค.) ทรัมป์ยังได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อปกป้องรายได้จากการขายน้ำมันของเวเนซุเอลาที่เก็บไว้ในบัญชีของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ไม่ให้ถูกศาลหรือเจ้าหนี้รายใดสั่งอายัดเพื่อชดใช้หนี้เดิมได้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ม.ค. 69)





