
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดี (15 ม.ค.) ว่า ฝรั่งเศสจะส่งกำลังพลเพิ่มเติมทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล ไปยังกรีนแลนด์ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ปธน.มาครงได้ระบุผ่านเอ็กซ์ (X) ว่า ฝรั่งเศสตัดสินใจจะเข้าร่วมการซ้อมรบร่วมที่จัดขึ้นโดยเดนมาร์กในกรีนแลนด์ ตามคำร้องของเดนมาร์ก และเสริมว่า กำลังพลชุดแรกของฝรั่งเศสพร้อมออกเดินทางแล้ว ขณะที่ชุดอื่น ๆ กำลังจะตามไปสมทบ
มาครงระบุในแถลงการณ์ว่า ฝรั่งเศสและพันธมิตรในยุโรปจะต้องคงสถานะการมีส่วนร่วม “ในทุกที่ที่ผลประโยชน์ของตนถูกคุกคาม โดยไม่ยกระดับความรุนแรง แต่จะไม่มีการผ่อนปรนในเรื่องการเคารพอธิปไตยเหนือดินแดน”
ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมเยอรมนีประกาศเมื่อวันพุธ (14 ม.ค.) ว่า จะเข้าร่วมภารกิจลาดตระเวนพหุภาคีในกรีนแลนด์ เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการสนับสนุนทางทหารเพื่อความมั่นคงในภูมิภาค โดยกองทัพเยอรมนีจะส่งเจ้าหน้าที่ 13 นาย เข้าร่วมภารกิจกับชาติยุโรปอื่น ๆ ในพื้นที่ดังกล่าวตามคำเชิญของเดนมาร์ก
ด้านอูลฟ์ คริสเตอร์สัน นายกรัฐมนตรีสวีเดน เปิดเผยว่า สวีเดนได้ส่งบุคลากรทางทหารไปยังกรีนแลนด์ตามคำร้องขอของเดนมาร์กเช่นกัน ขณะที่นอร์เวย์ระบุว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหาร 2 นายไปยังกรีนแลนด์เพื่อวางแนวทางความร่วมมือเพิ่มเติมระหว่างพันธมิตร
ทั้งนี้ กรีนแลนด์เป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้อาณาจักรเดนมาร์ก โดยเดนมาร์กยังคงอำนาจการควบคุมด้านกลาโหมและนโยบายต่างประเทศ ขณะที่สหรัฐฯ มีฐานทัพตั้งอยู่บนเกาะแห่งนี้
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นับตั้งแต่ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ หวนคืนสู่ตำแหน่งเมื่อปี 2568 เขาได้แสดงความปรารถนาที่จะ “ครอบครอง” กรีนแลนด์หลายต่อหลายครั้ง และเพิ่งยกระดับการข่มขู่เมื่อไม่นานมานี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ม.ค. 69)





