
นายศุภโชค ปัญจทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป [A5] เปิดเผยว่า ในปี 69 ภาพธุรกิจอสังริมทรัพย์ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง แต่คาดว่าจุดต่ำสุดน่าจะผ่านไปแล้วในปี 68 โดยภาวะตลาดยังคงภาพกำลังซื้ออ่อนแอ ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดี ดีมานด์ใหม่ก็ไม่ค่อยมี ขณะเดียวกันหนี้ครัวเรือนยังสูงถึง 90%
ขณะนี้คงต้องรอให้กำลังซื้อกลับมา ซึ่งมองว่าอาจจะต้องพึ่งดีมานด์จากต่างชาติ โดยในปลายปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันเริ่มเห็นนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยมากขึ้น ทั้งกรุงเทพ และพัทยา แต่ก็ยอมรับว่านักท่องเที่ยวจีนเองก็ยังกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในไทย
สำหรับตลาดระดับบน (Luxury) ก็ชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจยังไม่ดีทำให้ mood ของตลาดลดลง โดยกลุ่มนี้ก็ Wait &see รัฐบาลใหม่ ซึ่งที่ผ่านมายอมรับว่ามีการแข่งขันราคา (price war) ในตลาดกลุ่มนี้ค่อนข้างมาก ซึ่ง A5 จับตลาดกลุ่มระดับบนด้วย
นายศุภโชค กล่าวว่า A5 มีความเชี่ยวชาญในการเลือกทำเลและพัฒนาโครงการได้โดนใจลูกค้ากลุ่มระดับบน ทำให้โครงการของ A5 สามารถทำยอดขายได้ดี ขณะที่บริษัทได้รีแบรนด์มา 3 ปีแล้ว โดยปัจจุบันมี 4 แบรนด์ 1.CINQUIEME ระดับราคา 65-130 ล้านบาท 2. CINQUIEME ROYAL ระดับราคา 60-200 ล้านบาท 3.VANA Residence ระดับราคา 25-50 ล้านบาท และ 4. Tonson คอนโดมิเนียมในเมือง
อย่างไรก็ดี จากภาวะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงชะลอต่อเนื่องและภาวะเศรษฐกิจ นายศุภโชค กล่าวว่า บริษัทจะพยายามรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin:NP) ไว้ที่ 15% ใกล้เคียงกับปีก่อน ซึ่งปรับลงมาจากเดิมที่ 30% แม้ว่าปี 68 รายได้จะเติบโต 20% เพราะจากเรื่อง price War ซึ่งคาดว่าการแข่งขันราคาก็ยังคงมีอยู่ในปีนี้
นายศุภโชค คาดว่า ในปี 69 คาดว่ารายได้ของบริษัทจะเติบโต 20-30% จากยอดขายที่รอโอน 792 ล้านบาท ณ สิ้นปี 68 โดยมาจากโครงการ VANA Ratchapruek–Westville 145 ล้านบาท , โครงการ CINQUIEME Krungthep Kreetha 398 ล้านบาท, โครงการ CINQUIEME Royal The Eighteen Bangna KM.7 245 ล้านบาท และ โครงการที่จังหวัดอุดรธานี 3.5 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดจะรับรู้รายได้ในปี 69
ขณะที่บริษัทมีแผนเปิดโครงการใหม่ในช่วงปี 69-70 จำนวน 5 โครงการ มูลค่ารวม 7 พันล้านบาท เป็นโครงการบ้านเดี่ยวทั้งกรุงเทพฝั่งตะวันออก และกรุงเทพฝั่งตะวันตก โดยปลายปี 69 จะเปิดโครงการใหม่ 1 โครงการ มูลค่าราว 1.2-1.3 พันล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทจะแตกไลน์ธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นงานบริการที่สามารถเข้าไปแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้ต่อเนื่อง ธุรกิจนี้จะสามารถุสร้างรายได้เข้ามาสม่ำเสมอ ซึ่งการเพิ่มธุรกิจใหม่นี้จะช่วยเพิ่มรายได้ Recurring Income คาดว่าจะเปิดตัวธุรกิจใหม่ในเดือนมี.ค.นี้
ปัจจุบัน โครงการที่ยังเปิดขายอยู่ ได้แก่
- โครงการ CINQUIEME Krungthep Kreetha จำนวน 16 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,250 ล้านบาท ขายแล้ว 50% และกำลังเปิดเฟสใหม่
- โครงการ VANA Ratchapruek–Westville จำนวน 44 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท ขายแล้วเฟส 1 และ 2 มียอดขายกว่า 80% (14 ยูนิตจาก 18 ยูนิต) ส่วนเฟส 3 กำลังก่อสร้าง คาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จและเปิดขายในไตรมาส 3/69 โดยทั้งโครงการมี 4 เฟส
- โครงการ CINQUIEME Royal The Eighteen Bangna KM.7 จำนวน 16 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,650 ล้านบาท ขายได้แล้ว 50%
นายศุภโชค กล่าวว่า ในปัจจุบันถือว่าฐานะการเงินของ A5 แข็งแรง โดยปัจจุบันมีหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย/ทุนที่ 1.25 เท่า และในต้นเดือน ก.พ.69 หุ้นกู้ของบริษัทจะครบกำหนดคืน วงเงิน 300 ล้านบาท และบริษัทจะไม่ Rollover จะทำให้หนี้ส่วนนี้ลดลง จะทำให้หนี้สิน/ทุนลดลงไปอีก ขณะที่ภาพรวมอยู่ที่ 2 เท่า
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ม.ค. 69)





