
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการรวมคะแนน การลงคะแนน และการประกาศผลว่า กกต.จะรายงานตั้งแต่คะแนนแรกที่ออกมา ทั้งสส. และประชามติ คาดว่าไม่เกิน 23.00 น.จะทราบผลอย่างไม่เป็นทางการ
ส่วนกรณีมีคนตั้งข้อสังเกตว่ากกต.อาจไม่โปร่งใสในช่วงของการลงคะแนน นายแสวง กล่าวว่า หลักการทำงานของกกต.มี 4 หลัก 1.ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ 2.อำนวยความสะดวกให้กับประชาชน 3.หลักการมีประสิทธิภาพของการมีส่วนร่วม เงินฝากทุกสตางค์ที่มาจ่ายงบประมาณ 4. การมีส่วนร่วม
สำหรับการรายงานผลคะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงให้กับผู้สมัคร จะต้องลงให้ตรงกับที่เราไปประกาศผล นี่คือความโปร่งใสซึ่งจะมีขั้นตอนในการตรวจสอบ ในชั้นหน่วย เขต จังหวัด และกกต. ว่าทุกคะแนนตรงกับเจตจำนงของประชาชนหรือไม่
นายแสวง ยืนยันว่าเราทำงานด้วยความโปร่งใส และหน้าหน่วยก็จะมีการติดรายละเอียดการใช้สิทธิของผู้มีสิทธิในหน่วยนั้นและผลคะแนนที่นับได้ในหน่วยนั้นด้วย พร้อมกับจะมีการส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวเข้ามาที่จังหวัดและลงในระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้ผู้สังเกตการณ์และพรรคการเมืองก็สามารถถ่ายรูปเอกสารดังกล่าว และสามารถตรวจสอบของหน่วยเลือกตั้งอื่นทั่วประเทศได้ในระบบคอมพิวเตอร์
สำหรับการเลือกตั้ง การออกเสียงประชามติ และการนับคะแนนการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร นายแสวง ระบุว่า คนไทยในต่างประเทศที่ไปใช้สิทธิที่จะถ่ายภาพการนับคะแนนบรรยากาศการใช้สิทธิได้ เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพแต่ต้องไม่ไปรบกวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งไม่ควรที่จะไปถ่ายภาพในลักษณะให้เจ้าที่รู้สึกว่าเหมือนถูกจับผิด นอกจากนี้ขอความร่วมมือในการรณรงค์ออกเสียงประชามติ โดยกฎหมายให้การคุ้มครองเรื่องของการแสดงความคิดเห็นเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่การแสดงความคิดเห็นนั้นจะต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น เนื่องจากขณะนี้มีบรรยากาศการรณรงค์ที่เหมือนไปกดดันให้บุคคลตอบว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ซึ่งถ้าเป็นบุคคลสาธารณะประชาชนก็ให้ความสนใจ แต่การจี้หรือไปบังคับให้เขาตอบอย่างใดอย่างหนึ่งจะต้องพิจารณาว่าเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพของบุคคลนั้นหรือไม่
ส่วนกรณีมีกลุ่มนักวิชาการรวมตัวกันประกาศคว่ำบาตรพรรคการเมืองหนึ่งนั้น เรื่องนี้ต้องดูว่าเป็นการใส่ร้ายหรือไม่ ถ้าใส่ร้ายก็ถือว่ามีความผิด จะต้องดูข้อความก่อนว่าทำให้พรรคการเมืองเสียหายหรือไม่ เนื่องจากช่วงนี้อยู่ในช่วงของการเลือกตั้ง โดยการจะไปคว่ำบาตรพรรคการเมืองต้องดูกฎหมาย เพราะในกฎหมายประชามติและกฎหมายเลือกตั้งก็มีระบุในเรื่องของคำว่าใส่ร้าย ทั้งนี้ช่วงนี้หากมีการรณรงค์ออกเสียงประชามติเพียงอย่างเดียว และพูดถึงการคว่ำบาตรพรรคการเมืองอาจจะไม่มีความผิด แต่อาจจะผิดกฎหมายอาญา ไปคุกคามสิทธิเสรีภาพ อย่างไรก็ตามหากพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลังก็ถือเป็นการหวังผลคะแนน หากประชาชนทำด้วยรู้สึกไม่พอใจ หรือทำไปเพราะโกรธ ก็อาจจะไม่มีความผิด อย่างไรก็ตามก็ไม่อยากจะให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 ม.ค. 69)





