กกต.ออกระเบียบคัดค้านการออกเสียงประชามติได้ภายใน 48 ชั่วโมง

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยการคัดค้านการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2569 โดยให้อำนาจคณะกรรมการเลือกตั้งจังหวัด (กกต.จังหวัด) สถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ ตั้งคณะกรรมการไต่สวนคำคัดค้านการออกเสียงประชามติในหน่วยออกเสียงประชามติในเขตพื้นที่ที่ กกต.จังหวัด

สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ รับผิดชอบจัดการออกเสียงประชามติ ก่อนวันออกออกเสียงประชามติ โดยคณะกรรมการไต่สวนฯ จะประกอบด้วยประธานกรรมการไต่สวนฯ และกรรมการไต่สวนฯ อย่างน้อย 2คน มีอำนาจหน้าที่ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีมีคำคัดค้าน หรือมีความปรากฏว่า การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความสุจริตเที่ยงธรรม สอบสวน ตรวจค้นรวบรวมพยานหลักฐาน วินิจฉัยชี้ขาด และเสนอให้มีการเปิดหีบนับคะแนนออกเสียงใหม่ ทั้งนี้กระบวนการดังกล่าวจะต้องสรุป คณะกรรมการไต่สวนฯ จะต้องสรุปสำนวนให้เสร็จภายใน 12 วัน หากยังไม่แล้วเสร็จสามารถขอขยายเวลาไต่สวนได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 3 วัน

ระเบียบ กกต.ฉบับดังกล่าวยังกำหนดอีกว่า ผู้มีสิทธิร้องคัดค้านการออกเสียงประชามติจะต้องเป็นผู้มีสิทธิออกเสียงในหน่วยออกเสียงที่จะยื่นคัดค้าน โดยให้ยื่นคำคัดค้านต่อ ผอ.กกต.จังหวัด หรือเอกอัครราชทูตในแต่ละประเทศ ด้วยตัวเองหรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ภายใน 48 ชั่วโมงนับแต่การลงคะแนนออกเสียงประชามติสิ้นสุด หรือยื่นคำร้องคัดค้านมาที่สำนักงาน กกต. แทนได้ใน กรณีที่เป็นการออกเสียงนอกราชอาณาจักร และ ผอ.กกต.จังหวัด หรือ เอกอัครราชทูต ต้องพิจารณาสั่งรับ หรือไม่รับคำคัดค้าน ให้แล้วเสร็จภายในวันที่รับคำคัดค้าน เว้นแต่คำค้านไม่สมบูรณ์ ให้ผู้ร้องคัดค้านแก้ไขเพิ่มเติมในระยะเวลาไม่เกิน 1วัน และเมื่อคณะกรรมการไต่สวนฯ สรุปสำนวนเสร็จ ให้รายงานผลการไต่สวนให้ กกต.พิจารณาโดยเร็ว ส่วนกรณีผลการไต่สวนคำคัดค้านการออกเสียงนอกราชอาณาจักร ให้เอกอัครราชทูตส่งผลการไต่สวนผ่านปลัดกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อส่งต่อให้ กกต.ดำเนินการพิจารณาต่อไป

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ม.ค. 69)