
ราคาทองแดงดีดตัวขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ โดยได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจาก 8 ชาติยุโรป อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในประเด็นกรีนแลนด์ นอกจากนี้ ราคาทองแดงยังได้แรงหนุนจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของจีนที่ขยายตัวได้ตามเป้าหมายในปี 2568
ราคาทองแดงที่ตลาดโลหะลอนดอน (LME) ปรับตัวขึ้น 1.3% แตะที่ระดับ 12,965 ดอลลาร์/ตัน ณ เวลา 11.15 น.ตามเวลาเซี่ยงไฮ้ ขณะที่ราคานิกเกิลปรับตัวขึ้น 2.6% ราคาดีบุกพุ่งขึ้น 2.8% และราคาอะลูมิเนียมดีดตัวขึ้น 0.8%
ปธน.ทรัมป์ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค.) ว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตรา 10% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ สำหรับสินค้าจากเดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ และฟินแลนด์ เพื่อกดดันในประเด็นกรีนแลนด์ โดยระบุว่าอัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นเป็น 25% ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป หากยังไม่มีข้อตกลงให้สหรัฐฯ เข้าซื้อดินแดนดังกล่าว
ข่าวดังกล่าวส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงในช่วงเช้าวันนี้และเป็นปัจจัยหนุนราคาโลหะซึ่งรวมถึงทองแดง นอกจากนี้ ความกังวลในเรื่องดังกล่าวยังช่วยหนุนราคาโลหะมีค่า เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย
ราคาทองแดงยังได้ปัจจัยบวกจากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) ซึ่งระบุว่า ตัวเลข GDP ตลอดปี 2568 ของจีนขยายตัวที่ระดับ 5% สอดคล้องกับเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ประมาณ 5% แม้จีนเผชิญกับข้อพิพาทการค้ากับสหรัฐฯ และภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ทรุดตัวลงเป็นเวลานานก็ตาม
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ม.ค. 69)





