
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสร รองหัวหน้าพรรคฯ และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ฉะนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ มโนไปเองว่าพรรคประชาชน มีข้อตกลงกับ “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชากรตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ที่จะให้มาเป็นรองนายกรัฐมนตรี คุมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)
“เป็นการนำเอาข้อมูลมาจับแพะชนแกะ ปะติดปะต่อ จากนั้นก็ใช้จินตนาการส่วนตัวในการกล่าวหาใส่ร้ายป้ายสี ว่าพรรคประชาชนมีข้อตกลงกับบิ๊กโจ๊ก ว่าจะให้เป็นรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นการกล่าวหาที่ผมสามารถยืนยันได้ว่าเป็นเรื่องเหลวไหล ไม่มีข้อเท็จจริงแต่อย่างใด” นายวิโรจน์ กล่าว
พร้อมตั้งคำถามกลับไปยังนายชูวิทย์ ที่ระยะหลังพยายามโจมตีพรรคประชาชน ว่าเป็นเพราะมีความเกี่ยวข้องกับนายทหารคนหนึ่งที่เป็น “เพื่อนรัก” ของนายชูวิทย์ ซึ่งมีภาพถ่ายกอดคอสนิทสนมกับอดีตที่ปรึกษาฮุนเซน ที่ถูกสังคมสันนิษฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์หรือไม่ และกล่าวว่า ถ้าตนจะทำแบบที่นายชูวิทย์ทำ โดยเอาภาพถ่ายดังกล่าวมาประกอบกับภาพถ่ายอื่น ๆ ที่นายชูวิทย์เคยร่วมเฟรม หรือถ่ายภาพร่วมกันกับนายทหารเพื่อนซี้คนนั้น และการนำเอากรณีที่นายทหารเพื่อนซี้คนนั้น พ้นจากตำแหน่งสำคัญ มาสร้างเรื่องใส่ร้ายนายชูวิทย์ ตนก็ทำได้ แต่ไม่ทำ เพราะยังมีมโนธรรม และยังคงมีความเคารพต่อนายชูวิทย์เสมอ
นายวิโรจน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา พรรคประชาชนน้อมรับคำวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด ซึ่งตอนนั้น นายชูวิทย์วิจารณ์เรื่องโหวตนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เข้าใจว่าเกิดจากความผิดหวังส่วนตัว ต่อมานายชูวิทย์ ก็วิพากษ์วิจารณ์เรื่องต่าง ๆ ของพรรคเรื่อยมา ซึ่งตนให้ความสำคัญ เพราะเข้าใจว่าปรารถนาดี จนกระทั่งนายชูวิทย์บอกว่าจะไม่เลือกพรรคประชาชน ตนก็เคารพการตัดสินใจในการใช้สิทธิ์เลือกตั้งของนายชูวิทย์
แต่พอมาถึงบทความ “มีทหารไว้ทำไม” ที่ปรากฏข้อความว่า “มีเทา ไม่เหลือใคร” โดยนายชูวิทย์ ได้อ้างอิงถึงโพสต์ของเจ้ากรมข่าวทหารบก ซึ่งกรณีดังกล่าวนี้ พรรคประชาชนได้ชี้แจงต่อสาธารณะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ตนสงสัยเป็นอย่างมากว่า เหตุใดนายชูวิทย์จึงยังคงกระจายข่าวในเรื่องนี้ไม่หยุด
การที่นายชูวิทย์ จะมีอคติกับพรรคประชาชนก็เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ จะบังคับให้ชอบพรรคเดียวกันก็คงจะไม่ได้ แต่สิ่งที่ตนไม่สามารถยอมรับได้อีกต่อไป และไม่เชื่อว่าได้กระทำลงไปด้วยอคติส่วนตัว แต่เป็นการหวังผล ไม่ว่าจะเป็น “พรรคส้มผสมน้ำเงิน” ที่นายชูวิทย์ รู้แก่ใจว่าไม่จริง แต่ก็ยังโหมข่าวในลักษณะนี้ เพื่อมุ่งหมายที่จะที่จะสร้างผลกระทบเชิงลบให้กับพรรคประชาชน
นายวิโรจน์ เชื่อว่า การแถลงข่าวในช่วงบ่ายของนายชูวิทย์ ก็คงจะปั้นเรื่อง รวมทั้งอาจจะมีการตอบโต้ตนด้วย ซึ่งคงปล่อยให้ทำไป แต่สิ่งที่ตนทำได้ในตอนนี้ คือการทำให้สังคมตระหนัก และตั้งคำถามกลับไปยังนายชูวิทย์ว่า “ทั้งหมดนี้ทำไปเพื่ออะไร และพรรคการเมืองไหนที่ได้ประโยชน์จากการกระทำของนายชูวิทย์” เพื่อให้สังคมได้ใช้วิจารณญาณต่อการกระทำของนายชูวิทย์ และพิจารณาเองว่าควรให้คุณค่ากับจินตนาการของนายชูวิทย์อีกต่อไปหรือไม่
“คนที่เคยเกลียดกัญชาเข้าไส้ ไม่ใช่ว่าจะเปลี่ยนมาเป็นผู้เสพติดกัญชางอมแงม ไม่ได้นะครับ” นายวิโรจน์ กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ม.ค. 69)





