S&P เตือนแผนลดภาษีการขายของซานาเอะ เสี่ยงทำสถานะการคลังญี่ปุ่นถดถอย

สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ เอสแอนด์พี โกลบอล เรทติ้งส์ (S&P Global Ratings) เตือนว่า แผนการปรับลดภาษีการขายสินค้ากลุ่มอาหารของซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นนั้น มีความเสี่ยงที่จะทำให้รายได้ของญี่ปุ่นลดลง และบั่นทอนสถานะทางการเงินของประเทศในระยะยาว

เรน ยิน ผู้อำนวยการฝ่ายจัดอันดับความน่าเชื่อถือของเอสแอนด์พีซึ่งประจำอยู่ที่สิงคโปร์เปิดเผยในวันนี้ (21 ม.ค.) ว่า ความเสี่ยงของการปรับลดภาษี เช่นภาษีการขายบางประเภทนั้น เป็นผลกระทบที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่จะทำให้รายได้ของรัฐบาลลดลงอย่างต่อเนื่อง และเมื่อพิจารณาถึงองค์ประกอบของรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นในเชิงโครงสร้างแล้ว การปรับลดภาษีจะยิ่งทำให้สถานการณ์การคลังของรัฐบาลย่ำแย่ลงอีก หากการเติบโตทางเศรษฐกิจและรายได้อ่อนแอลง

แม้เอสแอนด์พีหลีกเลี่ยงที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงอันดับความน่าเชื่อถือ แต่การแสดงความเห็นดังกล่าวบ่งชี้ถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นต่อญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศที่มีภาระหนี้สาธารณะสูงที่สุดในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว

การแสดงความเห็นของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเอสแอนด์พี มีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของญี่ปุ่นพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ภายหลังจากทาคาอิจิประกาศยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งใหม่ก่อนกำหนด พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่าจะปรับลดภาษีการขายสินค้ากลุ่มอาหารเป็นเวลา 2 ปี หากพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ของเธอได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 8 ก.พ.

การเทขายในตลาดพันธบัตรของญี่ปุ่นได้ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลก อย่างไรก็ดี ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศที่เมืองดาวอสเมื่อวานนี้ ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีการคลังญี่ปุ่นได้ออกมาเรียกร้องให้ตลาดอยู่ในความสงบและไม่ต้องวิตกกังวล โดยชี้ให้เห็นว่าสถานะการคลังของญี่ปุ่นได้ปรับตัวดีขึ้นแล้ว

การแสดงความเห็นดังกล่าวของคาตายามะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 40 ปีของญี่ปุ่นชะลอตัวลงเล็กน้อยในเช้าวันนี้ หลังจากที่พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการออกพันธบัตรชุดนี้ในปี 2550

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ม.ค. 69)