ตลาดหุ้นเอเชียปิดเช้าลบ กังวลเทรดวอร์รอบใหม่ หลังทรัมป์ขู่รีดภาษียุโรปปมกรีนแลนด์

ตลาดหุ้นเอเชียปิดภาคเช้าปรับตัวลงเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (21 ม.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับยุโรป หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจาก 8 ประเทศยุโรป หากไม่ยินยอมให้สหรัฐฯ เข้าซื้อกรีนแลนด์

  • ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดภาคเช้าที่ระดับ 52,693.43 จุด ลดลง 297.67 จุด หรือ -0.56%
  • ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ระดับ 26,447.78 จุด ลดลง 39.73 จุด หรือ -0.15%
  • ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดภาคเช้าที่ระดับ 4,125.41 จุด เพิ่มขึ้น 11.76 จุด หรือ +0.29%
  • ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.34% ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 1.09%

 

ปธน.ทรัมป์ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค.) ว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 10% สำหรับสินค้านำเข้าจากเดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และสหราชอาณาจักร เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. พร้อมเตือนว่าจะปรับขึ้นเป็น 25% ในวันที่ 1 มิ.ย. และจะคงอัตราภาษีนี้ไว้จนกว่าสหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงในการซื้อกรีนแลนด์

ต่อมาในวันจันทร์ (19 ม.ค.) ปธน.ทรัมป์ขู่เรียกเก็บภาษีไวน์และแชมเปญที่นำเข้าจากฝรั่งเศสในอัตรา 200% หลังมีรายงานว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ไม่เต็มใจเข้าร่วม “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace) ที่ปธน.ทรัมป์ตั้งขึ้น

ด้านสหภาพยุโรป (EU) กำลังพิจารณาใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐฯ ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าวงเงิน 9.3 หมื่นล้านยูโร (ราว 1.07 แสนล้านดอลลาร์) หรือจำกัดการเข้าถึงตลาดของบริษัทสหรัฐฯ เพื่อตอบโต้มาตรการภาษีของปธน.ทรัมป์ โดยรายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ EU กำลังเร่งร่างมาตรการดังกล่าวเพื่อสร้างอำนาจต่อรองให้กับผู้นำยุโรป ก่อนที่จะมีการประชุมสำคัญร่วมกับปธน.ทรัมป์ ในการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในสัปดาห์นี้

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ม.ค. 69)