สั่งเชือด!! ผู้ประกอบการขูดรีดนักท่องเที่ยว กำชับเข้มตรวจราคา-มาตรฐานบริการ

น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงการติดตามและเร่งแก้ไขปัญหากรณีนักท่องเที่ยวถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการ ซึ่งมีข่าวปรากฏในสื่อโซเชียลมีเดียหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกตรวจสอบราคาค่าบริการและมาตรฐานการให้บริการในแหล่งท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด ว่าเป็นไปตามระเบียบและเหมาะสมหรือไม่ พร้อมดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน และไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก

สำหรับกรณีตัวอย่างที่ได้รับความสนใจจากสังคม คือเหตุการณ์เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 69 ซึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวไทยพร้อมครอบครัวชาวอิตาลี รวม 8 ราย (ผู้ใหญ่ 6 ราย เด็ก 2 ราย) ร้องเรียนผ่านสื่อออนไลน์ ว่าถูกเรียกเก็บค่าอาหารในราคาสูงเกินจริง ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่งในเขตตลาดน้ำดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี โดยมีรายการอาหาร อาทิ ไข่เจียวราคา 400 บาท และข้าวผัดราคา 1,400 บาท รวมค่าใช้จ่ายมื้อดังกล่าวกว่า 6,000 บาท

น.ส.นัทรียา ระบุว่า กระทรวงฯ ได้ประสานกับหน่วยงานดูแลนักท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ซึ่งได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดราชบุรี ตำรวจท่องเที่ยว และฝ่ายปกครองอำเภอดำเนินสะดวก ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทันที

โดยพบข้อมูลสำคัญ ดังนี้ ด้านค่าอาหาร เจ้าของร้านยอมรับว่ามีการจำหน่ายอาหารในราคาตามที่ระบุจริง โดยอ้างว่าได้แสดงราคาไว้ในเมนูอย่างชัดเจน พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ราคาที่ค่อนข้างสูงเกิดจากการต้องหักเปอร์เซ็นต์ค่า Commission ให้แก่ผู้ขับเรือจำนวน 900 บาท รวมถึงมีต้นทุนค่าเช่าที่ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูง

อย่างไรก็ตาม สำนักงานพาณิชย์จังหวัดราชบุรี ได้สั่งการให้ร้านค้าปรับลดราคาอาหารให้มีความเหมาะสมตามกลไกตลาด และเรียกตัวผู้ประกอบการเข้าพบ เพื่อตรวจสอบโครงสร้างต้นทุนอย่างละเอียด ณ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดต่อไป

ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบข้อมูลด้านค่าบริการเรือนำเที่ยว ผ่านการ Live ของนักท่องเที่ยว พบว่านักท่องเที่ยวได้เหมารถตู้จากย่านประตูน้ำ กรุงเทพฯ ในราคา 2,000 บาท ก่อนถูกนำไปยังท่าเรือยนต์รอบนอก และซื้อแพ็กเกจเรือนำเที่ยว 2 ลำ เส้นทางตลาดน้ำดำเนินสะดวก-วัดบางกุ้ง (อัมพวา) ในราคารวม 14,000 บาท ซึ่งสูงกว่าราคามาตรฐานตามปกติอย่างมาก

น.ส.นัทรียา ชี้ว่า ปัญหาหลักของกรณีนี้เกิดจากกระบวนการ “ส่งต่อกลุ่มนักท่องเที่ยว” ระหว่างรถรับจ้างสาธารณะจากกรุงเทพฯ และท่าเรือยนต์ในพื้นที่ โดยกลุ่มรถรับจ้างจะเรียกเก็บค่าโดยสารในราคาถูก แต่จะนำนักท่องเที่ยวไปส่ง ณ ท่าเรือที่ยินยอมบวกราคาค่าบริการเพิ่ม (Markup) เพื่อนำส่วนต่างไปจ่ายเป็นค่าตอบแทนแก่คนขับรถ หากท่าเรือใดไม่ให้ความร่วมมือ กลุ่มรถรับจ้างจะไม่นำนักท่องเที่ยวไปใช้บริการ

“กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ไม่ยอมรับพฤติกรรมการเอาเปรียบนักท่องเที่ยวในทุกรูปแบบ และถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อรักษาภาพลักษณ์ และมาตรฐานการท่องเที่ยวของประเทศ” น.ส.นัทรียา กล่าว

ทั้งนี้ ได้สั่งการให้กรมการท่องเที่ยว ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานในพื้นที่ เร่งลงตรวจสอบเชิงรุกในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก พร้อมดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ให้บริการที่คิดราคาเกินจริงอย่างเด็ดขาด เพื่อเป็นการป้องปรามและสร้างความเป็นธรรมให้แก่นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

น.ส.นัทรียา ย้ำว่า กระทรวงฯ จะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานการให้บริการในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัย เป็นธรรม และมีมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวในระดับสากล

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ม.ค. 69)