
นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2568 ว่า ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 2.47 แสนล้านบาท คิดเป็น 232,058 ราย สูงกว่าเป้าหมาย 4.52% ที่ตั้งไว้ 2.41 แสนล้านบาท โดยในจำนวนนี้กว่า 52.83% เป็นสินเชื่อปล่อยใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 128,573 ราย ส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาสที่ 4/2568 เทียบกับ ณ สิ้นปี 2567 ธอส. มีสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1.89 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.05% สินทรัพย์รวม 2,009,078 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.62%
ขณะที่เงินฝากรวม อยู่ที่ 1.76 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.98% ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 4.98% ของยอดสินเชื่อรวม เป็นผลจากการแก้ไขหนี้ได้อย่างตรงจุด ด้วยการจัดทำมาตรการช่วยเหลือลูกค้าให้มีภาระในการผ่อนชำระเงินงวดลดลง ตามนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล และ ธอส. มีการตั้งสำรองสูงถึง 155,163 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.66% หรือคิดเป็นสัดส่วนต่อ NPL ที่ระดับ 164.92% สะท้อนความมั่นคงและความพร้อมในการรองรับการดำเนินงานในอนาคต อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ณ เดือน พ.ย.68 อยู่ที่ 15.70% สูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดไว้ที่ 8.50% ขณะที่แนวโน้มกำไรสุทธิ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับหมื่นล้านบาท
- ปี 69 ตั้งเป้าสินเชื่อปล่อยใหม่ 2.42 แสนลบ. คุม NPL ไม่เกิน 5.11%
กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวว่า สำหรับปี 2569 ภายใต้บริบทเศรษฐกิจ ทั้งทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลง สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง แต่ ธอส. จะยังคงทำหน้าที่เป็นกลไกหลักของภาครัฐในการประคับประคอง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ โดยการสนับสนุนสินเชื่อที่อยู่อาศัย
ทั้งนี้ ธนาคารฯ ตั้งเป้าหมายสินเชื่อปล่อยใหม่ ที่ 242,989 ล้านบาท ขยายตัวจากเป้าหมายในปีก่อน 0.5% โดยในจำนวนนี้กว่า 65% เป็นเป้าหมายสินเชื่อปล่อยใหม่สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จำนวน 125,762 ราย ส่วนของ NPL จะควบคุมให้อยู่ที่ระดับ 5.11% ขณะที่การระดมเงินฝาก ยังคาดว่าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา และคาดว่าสิ้นปีจะอยู่ที่ราว 1.8 ล้านล้านบาท
“ยอมรับว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างท้าทายอย่างมาก ในภาวะที่เศรษฐกิจมีความเปราะบาง และหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง ซึ่งการตั้งเป้าผลดำเนินงานในปี 2569 เราตั้งเป้าบนปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ โดยเฉพาะปัจจัยด้านเศรษฐกิจ แนวโน้มผลการดำเนินงาน จะผันแปรไปตามตัวเลขเศรษฐกิจเป็นหลัก ซึ่งปีนี้ หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า GDP จะโต 1.5-2.3% ซึ่งหากเป็นไปตามปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ก็มีโอกาสที่ตลาดอสังหาฯ จะติดลบ แต่ในส่วนของ ธอส. เชื่อว่าจะยังเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเราไม่ได้ปล่อยสินเชื่อเฉพาะในปีที่เศรษฐกิจดีเท่านั้น” นายมหัทธนะ กล่าว
นายมหัทธนะ กล่าวว่า ในปี 2569 ธอส. พร้อมต่อยอดบทบาทองค์กร สู่ Beyond Housing Bank ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการปล่อยสินเชื่อเพื่อบ้าน แต่ ธอส. คือเพื่อนคู่คิดที่อยู่เคียงข้างกันตั้งแต่วันแรกของการมีบ้าน ดูแลลูกค้า และเติบโตไปด้วยกัน จึงเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Intelligent Sustainable Housing Companion เพื่อทำให้คนไทยมีบ้านง่ายขึ้น ด้วย Digital Data ภายใต้กรอบความเสี่ยงและสนับสนุนเสถียรภาพภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการยกระดับการทำงานทุกมิติผ่าน 5 เสาหลัก (5 Strategic Pillars) ประกอบด้วย
- เสาหลักที่ 1 Immediate-to-Home ทำทันที ให้มีบ้าน ลดระยะเวลาและความซับซ้อนในกระบวนการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย
- เสาหลักที่ 2 Smart Growth ผ่าน Asset Quality Management ด้วยการใช้ Digital, Data Driven & Innovation การใช้ข้อมูลวิเคราะห์เพื่อช่วยเหลือลูกค้า
- เสาหลักที่ 3 Customer Obsession เข้าใจให้ลึกซึ้ง เข้าถึงด้วยเทคโนโลยี รู้จักลูกค้าผ่านข้อมูล ทำให้ธนาคารสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแบบ Hyper-Personalization โดยใช้ Big Data และ AI
- เสาหลักที่ 4 Digital Transformation เริ่มจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ปฏิรูปกระบวนการทำงานให้ทันสมัย (Modernize) ลดขั้นตอนการทำงาน (Lean Process)
- เสาหลักที่ 5 People First ภายใต้แนวคิด Empower People มุ่งพัฒนาองค์กรจากภายใน
“ทั้ง 5 เสาหลักนี้ คือ GH BANK NEXT : Intelligent Sustainable Housing Companion ที่จะขับเคลื่อนให้ ธอส. สามารถอัดฉีดเม็ดเงินจากการปล่อยสินเชื่อใหม่ลงสู่ระบบเศรษฐกิจ ได้ตามเป้าหมาย 242,989 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำบทบาทการเป็น “ธนาคารที่ดีที่สุดสำหรับการมีบ้านอย่างยั่งยืน” ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม” กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ม.ค. 69)




