
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยถึงการลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัครจังหวัดลำปาง ว่าเป็นอีกหนึ่งพื้นที่เป้าหมาย การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ต้องขอบคุณชาวลำปางที่ไว้วางใจ ทำให้พรรคก้าวไกลได้รับเลือก สส. 3 จาก 4 เขต ครั้งนี้ในนามพรรคปชน. ตั้งเป้าให้ได้ทั้ง 4 เขต ทำให้พรรคปชน. ได้สส. มากที่สุด เพื่อให้มีความเข้มแข็งในสภา พอที่จะตั้งรัฐบาลประชาชนได้
อย่างไรก็ดี ส่วนหนึ่งที่ทำให้พรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้งคราวที่แล้ว มาจากกลุ่มผู้สูงอายุ ดังนั้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคปชน. ก็ยังคงผลักดันนโยบายเกี่ยวกับผู้สูงอายุหลายอย่าง เช่น เบี้ยผู้สูงอายุที่จะปรับทันที 1,000 บาท ถ้วนหน้า ตั้งแต่ 1 ต.ค. 69 เป็นต้นไป และยกระดับการดูแลผู้สูงอายุ
ส่วนผู้สมัครคนใหม่ที่พรรคปชน. ส่งมาจะสามารถรักษาพื้นที่ไว้ได้หรือไม่นั้น นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า ผู้สมัครคนเดิมที่ยังไม่ได้ย้ายไปไหน ยังคงทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่วนเขตเดิมที่ย้ายพรรคไป อาจเพราะเหตุผลส่วนตัว แต่ก็ยังมั่นใจว่าประชาชนในพื้นที่ให้ความเชื่อมั่น และความไว้วางใจกับจุดยืน อุดมการณ์ และนโยบาย ของพรรคปชน. จึงไม่ใช่อุปสรรคในการจะทำให้ชนะทั้ง 4 เขต
ในส่วนของกลยุทธ์ในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ต้องทำความเข้าใจให้กับประชาชน ว่า การเลือกตั้งครั้งที่แล้วคะแนนเขตน้อย หากทำให้ประชาชนเล็งเห็นถึงความสำคัญ เลือกพรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ ก็จะทำให้มี สส. มากพอตั้งรัฐบาลของประชาชนได้
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ ที่จะมีการเปิดชื่อ สส. มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีสแกมเมอร์ นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า ไม่มีความกังวล หากเจอเทาเราจัดการ คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทุนเทาไม่ใช่แค่คนในพรรคปชน.เท่านั้น ดังนั้น หน่วยงานไหนที่มีข้อมูลขอให้เปิดเผยออกมา
นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคปชน. มีกระบวนการการคัดเลือกที่เปิดกว้าง และโปร่งใสมากที่สุด ยังยืนยันในหลักการเดิม หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีความผิด ก็พร้อมจะดำเนินการทุกอย่างทันที
ส่วนกรณีที่นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคฯ ประกาศว่า หากการเลือกตั้งครั้งนี้ได้ สส. ไม่ถึง 200 คน จะลาออกจากตำแหน่ง ถือเป็นการแสดงจุดยืน และแสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้บริหารพรรคนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเคารพในการตัดสินใจของนายศรายุทธิ์
- กางแผนยกเครื่องประกันสังคม แก้งบรั่วไหล-เพิ่มความโปร่งใส
นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงกรณีที่ พรรคปชน. ออกมาเรียกร้องให้นำสำนักงานประกันสังคม ออกจากหน่วยงานราชการ ว่า เห็นด้วยกับเรื่องนี้ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ก็บริหารงานโดยเอกชน แต่กองทุนประกันสังคม ซึ่งผู้ประกันตนสมทบเข้ามาต้องถูกบริหารโดยระบบราชการ พรรคประชาชนบอกว่าขาดความโปร่งใส เช่น ซื้อตึกในราคาที่แพงเกินจริง นำไปใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็น และล่าสุด นำไปสร้างโรงอาหารในกระทรวง ทั้งนี้ เข้าใจได้ว่าเป็นไปตามระบบราชการทุกอย่าง แต่ในสายตาประชาชนถูกมองว่าไม่ถูกต้อง
ดังนั้น หากพรรคปชน. ได้เป็นรัฐบาล จะใช้เวลาไม่นานในการแก้กรอบกฎหมาย เพราะพรรคประชาชน มีสูตรคำนวณเงินบำนาญชราภาพประกันสังคมแบบใหม่ ที่จะเฉลี่ยเงินเดือนทุกเดือนที่ส่งสมทบตลอดชีพ ที่วางอยู่บนโต๊ะนายกรัฐมนตรีแล้ว พร้อมอนุมัติได้ทันทีที่พรรคประชาชน
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกคณะกรรมการนโยบายการเมืองเข้าไปชี้แจงบางนโยบายที่ยังไม่มีความชัดเจน ที่มีการใช้เงิน เช่น หวยใบเสร็จ และเพิ่มหนี้ผู้สูงอายุ จะกระทบกับการหาเสียงหรือไม่นั้น เชื่อว่าทีมนโยบายของพรรคปชน. พร้อมตอบทุกข้อซักถาม พิจารณาที่มาที่ไปของแหล่งเงินอย่างครบถ้วนรอบคอบแล้ว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (22 ม.ค. 69)



