SCB EIC แนะรัฐงัด”สมุดพก”สังคายนาหลังวิกฤตเครนถล่ม จี้ผู้รับเหมาเร่งใช้ Tech พลิกโฉมความปลอดภัย

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ชี้กรณีเกิดเหตุการณ์เครนก่อสร้างถล่มติดต่อกันเมื่อช่วงต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของการก่อสร้างโครงการภาครัฐในวงกว้าง

โดยระยะสั้นต้องเร่งฟื้นความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยผ่านมาตรการสมุดพกผู้รับเหมา ซึ่งกำหนดบทลงโทษผู้รับเหมาด้วยการหักคะแนนสะสมกรณีกระทำผิดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดความเสียหายจากความประมาทเลินเล่อ เมื่อถึงระดับหนึ่งผู้รับเหมาก่อสร้างจะถูกจำกัดสิทธิการเข้าประมูลงานในช่วงระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 13 ม.ค.69 และจะออกเป็นระเบียบและหลักเกณฑ์รายละเอียด เพื่อนำไปสู่การบังคับใช้ต่อไป

ในกระบวนการจัดจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างจำเป็นต้องมีความเข้มงวดมากขึ้นในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอนการเข้าประมูลงาน ทั้งคุณสมบัติและประสบการณ์ของผู้รับเหมาหลัก พันธมิตร และผู้รับเหมาช่วง การตรวจสอบการเข้ามาดำเนินงานก่อสร้างของผู้รับเหมาก่อสร้างต่างชาติที่ใช้ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยเป็น Nominee ในการเข้าประมูลงานหรือรับจ้างก่อสร้าง รวมถึงการตรวจสอบย้อนหลัง เพื่อป้องกันผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีปัญหาในการก่อสร้างหรือการส่งมอบงานที่ดำเนินการยกเลิกกิจการเดิมแล้วกลับมาตั้งกิจการใหม่เพื่อเข้าประมูลงานใหม่

ในขั้นตอนการก่อสร้างจะต้องมีความปลอดภัยใช้วัสดุก่อสร้างและเครื่องจักรที่มีคุณภาพและมาตรฐาน และอุบัติเหตุเป็นศูนย์ จนถึงขั้นตอนตรวจรับงานที่ต้องเข้มงวดมากขึ้น ทั้งความตรงเวลาและคุณภาพของงานที่ส่งมอบ รวมถึงการบังคับใช้บทลงโทษผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีปัญหาในการก่อสร้างหรือการส่งมอบงานผ่านมาตรการต่าง ๆ ตั้งแต่การดำเนินการปรับเงิน ตัดสิทธิ์ในการเข้าประมูลงาน ปรับลดระดับชั้น ไปจนถึงเพิกถอนรายชื่อออกจากทะเบียนผู้รับเหมาก่อสร้าง

ทั้งนี้กระบวนการจัดจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างที่มีความเข้มงวดจะเป็นแรงกดดันให้ผู้รับเหมาก่อสร้างให้ความสำคัญกับการยกระดับการดำเนินงาน และเกิดการแข่งขันทางด้านคุณภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมของภาคก่อสร้างในระยะข้างหน้าตามมา

ส่วนในระยะยาวจำเป็นต้องยกระดับภาคก่อสร้างทั้ง Supply chain ผ่านการจัดตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแล และพัฒนาภาคก่อสร้าง จากการที่ Supply chain ของภาคก่อสร้าง มีขั้นตอนและกิจกรรมการทำงานที่หลากหลาย อีกทั้งการดำเนินงานโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ยังมีการกระจายกิจกรรมการทำงานไปยังผู้รับเหมาช่วงหลายราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างรายกลางและเล็ก ขณะที่ภาคก่อสร้างไทยยังขาดหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่กำกับดูแลและพัฒนาภาคก่อสร้างทั้งระบบ

ทั้งนี้ภาครัฐอาจศึกษาแนวทางการจัดตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่รับรอง กำกับดูแล และยกระดับคุณภาพของผู้รับเหมาก่อสร้างจากตัวอย่างของมาเลเซีย ซึ่งมีหน่วยงาน Construction Industry Development Board (CIDB) ประกอบไปด้วย ผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในภาคก่อสร้าง ซึ่งมีบทบาทในการให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะสำหรับภาครัฐ รวมถึงกำกับดูแลกำหนดมาตรฐาน และยกระดับคุณภาพของผู้รับเหมาก่อสร้าง ทั้งการจดทะเบียน การเพิกถอน การระงับ และการฟื้นฟูการจดทะเบียนผู้รับเหมาก่อสร้าง ไปจนถึงการวิจัยและพัฒนา เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้ภาคก่อสร้างของมาเลเซีย มีความสามารถในการแข่งขันระดับนานาชาติ อีกตัวอย่างหนึ่งคือสิงคโปร์ ซึ่งมีหน่วยงาน Building and Construction Authority (BCA) ที่มีบทบาทสำคัญในด้านกำกับดูแลด้านความปลอดภัยและมาตรฐาน ส่งเสริมความยั่งยืนและนวัตกรรม รวมถึงพัฒนาทักษะบุคลากร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของภาคก่อสร้างของสิงคโปร์ทั้งในประเทศ และระดับนานาชาติ

การนำเทคโนโลยีก่อสร้างมาใช้จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้น เนื่องจากภาคก่อสร้างเป็นอุตสาหกรรมที่พึ่งพาแรงงานจำนวนมาก อีกทั้ง Productivity ของแรงงานในภาคก่อสร้างยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ ประกอบกับสภาพแวดล้อมการทำงานยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุสูง โดยการนำเทคโนโลยีก่อสร้างมาใช้ เช่น อุปกรณ์และเครื่องจักรอัตโนมัติที่ช่วยลดความเสี่ยงในการทำงานที่อันตรายทดแทน การใช้แรงงานคน อุปกรณ์ Sensor เพื่อแจ้งเตือนเมื่ออุปกรณ์และเครื่องจักรมีการทำงานผิดปกติ หรือแจ้งเตือนเมื่อถึงระยะเวลาการซ่อมแซมและบำรุงรักษาจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในขั้นตอนการก่อสร้างได้มากขึ้น

ทั้งนี้ภาครัฐมีบทบาทเร่งให้เกิดการใช้เทคโนโลยีก่อสร้างดังกล่าวอย่างแพร่หลายมากขึ้นผ่านการกำหนดมาตรฐานการใช้เทคโนโลยีก่อสร้างในการประมูลโครงการก่อสร้างภาครัฐ โดยอาจเริ่มต้นจากการกำหนดมาตรฐานการใช้เทคโนโลยีก่อสร้างในโครงการก่อสร้างภาครัฐขนาดใหญ่ นอกจากนี้อาจส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีก่อสร้าง การลดภาษีเงินได้นิติบุคคล และการสนับสนุนเงินทุนสำหรับผู้รับเหมาก่อสร้างที่ลงทุนนำเทคโนโลยี และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องมาใช้

ขณะที่ผู้รับเหมาก่อสร้างควรเร่งยกระดับคุณภาพ และระมัดระวังการใช้กลยุทธ์เข้าประมูลแบบแข่งขันด้านราคาที่ต่ำเกินไป ด้วยการเลือกพันธมิตรและผู้รับเหมาช่วงที่มีความน่าเชื่อถือ ยกระดับขั้นตอนการก่อสร้างให้มีความปลอดภัย ใช้วัสดุก่อสร้างและเครื่องจักรที่มีคุณภาพและมาตรฐาน รวมถึงส่งมอบงานได้ตรงเวลาและมีคุณภาพ อีกทั้งการนำเทคโนโลยีก่อสร้างมาใช้จะช่วยเพิ่ม Productivity และบริหารจัดการความท้าทายในการประกอบธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น เช่น ลดการใช้แรงงาน ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงจะมีข้อได้เปรียบในการแข่งขันเข้าประมูลงานก่อสร้าง และมีโอกาสเป็นตัวเลือกในลำดับต้น ๆ ของผู้ว่าจ้างได้

ทั้งนี้การเข้าประมูลโครงการก่อสร้างยังต้องระมัดระวังการใช้กลยุทธ์แบบแข่งขันด้านราคาที่ต่ำเกินไป เพื่อป้องกันสถานการณ์ที่ผู้รับเหมาก่อสร้างถูกบีบให้รักษาอัตรากำไร ด้วยการลดต้นทุนผ่านการลดคุณภาพงานก่อสร้าง เช่น ใช้วัสดุก่อสร้างและเครื่องจักรที่ไม่มีคุณภาพและมาตรฐาน เร่งรัดงานก่อสร้างโดยละเลยมาตรฐานที่ควรถือปฏิบัติ เลือกผู้รับเหมาช่วงหรือร่วมทุนกับผู้รับเหมาก่อสร้างที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ โดยพิจารณาจากต้นทุนการก่อสร้างที่ต่ำที่สุดเป็นหลัก

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ม.ค. 69)