
รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศชุดนโยบายใหม่เพื่อยกระดับความเข้มงวดต่อชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศพร้อมส่งเสริมความกลมเกลียวทางสังคม ในขณะที่นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ตั้งเป้าที่จะแสดงความมุ่งมั่นในประเด็นดังกล่าวให้เป็นที่ประจักษ์ก่อนศึกเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.
มาตรการที่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (23 ม.ค.) ครอบคลุมประเด็นสำคัญหลายด้านเพื่อเป้าหมาย “การอยู่ร่วมกันอย่างเป็นระเบียบและกลมกลืน” ประกอบด้วย กฎระเบียบด้านการขอวีซ่าถาวรและการโอนสัญชาติ ซึ่งรวมถึงการเพิ่มจำนวนปีที่บุคคลผู้ขอสัญชาติญี่ปุ่นต้องพำนักอยู่ในประเทศ และเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบคำขอ ตลอดจนมาตรการป้องกันการค้างชำระภาษีและเงินประกันสังคม
นอกจากนี้ มาตรการเหล่านี้ยังรวมถึงการสนับสนุนให้มีการหารือเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติ ซึ่งถูกมองว่าเป็นประเด็นด้านความมั่นคงระดับชาติ รวมไปถึงการพิจารณาจัดทำโปรแกรมสอนภาษาญี่ปุ่นและบรรทัดฐานทางสังคมแก่ชาวต่างชาติ โดยผลการเรียนอาจถูกนำมาประกอบการตัดสินใจพิจารณาประเภทของวีซ่า
มิโนรุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น ในฐานะประธานการประชุมกล่าวว่า “เรานำแผนงานริเริ่มต่าง ๆ มารวบรวมไว้ภายใต้กรอบการทำงานใหม่เพื่อรับประกันความมั่นคงปลอดภัยสาธารณะ และได้กำหนดมาตรการที่จะดำเนินการอย่างรวดเร็วเอาไว้แล้ว” โดยระเบียบว่าด้วยการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติ ซึ่งอ้างอิงแนวทางจากประเทศต่าง ๆ จะถูกรวบรวมให้แล้วเสร็จภายในฤดูร้อนนี้
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า บรรดานักวิเคราะห์ชี้ว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญสำหรับการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่กำลังจะมาถึง คือ วิธีการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อยู่อาศัยชาวต่างชาติในญี่ปุ่นให้ดีขึ้น
ทั้งนี้ ข้อมูล ณ เดือนมิ.ย. 2568 ระบุว่า จำนวนประชากรต่างชาติในญี่ปุ่นมีประมาณ 3.95 ล้านคน หรือคิดเป็น 3.2% ของประชากรทั้งหมด โดยกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดคือชาวจีน ตามด้วยชาวเวียดนามและชาวเกาหลี
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ม.ค. 69)




