
ติ๊กต๊อก (TikTok) เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดี (22 ม.ค.) ว่า บริษัทได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนในสหรัฐฯ เพื่อให้แอปวิดีโอสั้นยอดนิยมนี้สามารถดำเนินธุรกิจในประเทศต่อไปได้ ท่ามกลางแรงกดดันด้านกฎหมายความมั่นคงของสหรัฐฯ
บริษัทร่วมทุนดังกล่าวใช้ชื่อว่า TikTok USDS Joint Venture โดยอดัม เพรสเซอร์ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ขณะที่โจว ชิว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของติ๊กต๊อก ทำหน้าที่เป็นกรรมการ ทั้งนี้ เพรสเซอร์เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการ รวมถึงฝ่ายความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยของติ๊กต๊อกมาก่อน
ติ๊กต๊อกระบุว่า บริษัทร่วมทุนในสหรัฐฯ จะดำเนินงานในฐานะนิติบุคคลอิสระ และมีคณะกรรมการบริหารจำนวน 7 คน โดยกรรมการส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกัน
คณะกรรมการบริหารประกอบด้วย โจว ชิว, ทิโมธี แดทเทิลส์ ที่ปรึกษาอาวุโสของ TPG Global, มาร์ก ดูลีย์ จาก Susquehanna International Group, อีกอน เดอร์บัน ซีอีโอร่วมของ Silver Lake, ราอูล เฟอร์นันเดซ ซีอีโอของ DXC Technology, เคนเนธ กลูค รองประธานบริหารของ Oracle และเดวิด สก็อตต์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์และความปลอดภัยของ MGX
ด้านโครงสร้างการถือหุ้นนั้น ไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต๊อก จะยังคงถือหุ้น 19.9% ในบริษัทร่วมทุนที่จัดตั้งขึ้นใหม่ โดย Silver Lake, Oracle และ MGX จะเป็นผู้ลงทุนหลักในการบริหารกิจการในสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนรายอื่น ๆ ได้แก่ กลุ่มลงทุนของไมเคิล เดลล์ ผู้บริหาร Dell Technologies, Vastmere Strategic Investments, Alpha Wave Partners, Revolution และ Via Nova ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ General Atlantic
ก่อนหน้านี้ ไบต์แดนซ์ถูกกำหนดโดยกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ ซึ่งลงนามโดยโจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อให้ไบต์แดนซ์ขายกิจการในสหรัฐฯ มิฉะนั้นจะถูกแบน อย่างไรก็ดี กฎหมายดังกล่าวไม่เคยถูกบังคับใช้ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารหลายฉบับตลอดปี 2568 เพื่อชะลอการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว
ติ๊กต๊อกระบุเพิ่มเติมว่า โครงสร้างองค์กรใหม่ในสหรัฐฯ ยังช่วยให้แอปในเครือ เช่น CapCut, Lemon8 สามารถดำเนินงานในสหรัฐฯ ต่อไปได้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ม.ค. 69)




