Air France, KLM ระงับบินตะวันออกกลาง เหตุความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน

แอร์ฟรานซ์ (AIR France) และเคแอลเอ็ม (KLM) ตัดสินใจระงับเที่ยวบินไปยังและผ่านหลายประเทศในตะวันออกกลาง ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อความมั่นคงในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย

แถลงการณ์ระบุว่า แอร์ฟรานซ์ยกเลิกเที่ยวบินระหว่างกรุงปารีสกับดูไบในวันศุกร์ (23 ม.ค.) และวันเสาร์ (24 ม.ค.) โดยระงับการให้บริการเส้นทางดังกล่าวเป็นการชั่วคราว เนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอน

ขณะที่เคแอลเอ็ม สายการบินของเนเธอร์แลนด์ ระงับเที่ยวบินไปยังดูไบ ริยาด และดัมมามในซาอุดีอาระเบีย รวมถึงเทลอาวีฟ โดยไม่มีกำหนดกลับมาให้บริการ พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้น่านฟ้าเหนือหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงอิหร่าน อิรัก และอิสราเอล เพื่อความปลอดภัย

การระงับเที่ยวบินครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์สามารถส่งผลกระทบต่อการบินพลเรือนได้อย่างรวดเร็ว โดยเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ได้ส่งกำลังทางเรือไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลว่า อาจมีการดำเนินการทางทหารกับอิหร่าน จากกรณีการปราบปรามผู้ประท้วงด้วยความรุนแรง

เมื่อต้นเดือนนี้ บริติชแอร์เวย์ (British Airways) ได้ระงับเที่ยวบินไปยังบาห์เรนเป็นการชั่วคราว ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ

นอกจากนี้ ในเดือนมิ.ย. 2568 สายการบินหลายแห่งจากยุโรปและสหรัฐฯ ก็เคยระงับเที่ยวบินไปยังประเทศในอ่าวเปอร์เซีย หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ แห่งหนึ่งในกาตาร์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้กาตาร์และประเทศใกล้เคียงต้องปิดน่านฟ้า และสร้างความปั่นป่วนต่อการบินระหว่างประเทศอย่างหนัก

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ม.ค. 69)