ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก กลุ่มธนาคารหนุนตลาดก่อนรายงานผลประกอบการ

ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกในวันจันทร์ (26 ม.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มการเงินก่อนการประกาศผลประกอบการของธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่งในช่วงปลายสัปดาห์นี้

  • ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดตลาดที่ระดับ 609.57 จุด เพิ่มขึ้น 1.23 จุด หรือ +0.20%
  • ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,131.15 จุด ลดลง 11.90 จุด หรือ -0.15%
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 24,933.08 จุด เพิ่มขึ้น 32.37 จุด หรือ +0.13% และ
  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,148.85 จุด เพิ่มขึ้น 5.41 จุด หรือ +0.05%

 

หุ้นกลุ่มธนาคารนำตลาดปรับตัวขึ้น โดยเพิ่มขึ้น 1%

ผลประกอบการของธนาคารรายใหญ่หลายแห่ง เช่น Deutsche Bank ของเยอรมนี และ Lloyds ของอังกฤษ มีกำหนดประกาศในสัปดาห์นี้ โดยข้อมูลที่ LSEG รวบรวมเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาระบุว่า กำไรของกลุ่มการเงินโดยรวมคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีก็ถูกจับตาเช่นกัน เพื่อดูสัญญาณการสร้างรายได้จากปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่าง Microsoft และ Apple เตรียมรายงานผลประกอบการในช่วงปลายสัปดาห์นี้

นักลงทุนยังอยู่ระหว่างฟื้นตัวจากความผันผวนในสัปดาห์ก่อน จากความไม่แน่นอนด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับสหภาพยุโรป (EU) ที่เกิดจากข้อพิพาทเกี่ยวกับกรีนแลนด์ พร้อมทั้งประเมินผลกระทบระยะยาวของการที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการภาษีเป็นเครื่องมือต่อรองในประเด็นอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกันโดยตรง

ราคาทองคำและโลหะเงินซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยพุ่งขึ้นแรง ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวขึ้น 1.6% แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2551

ในบรรดาหุ้นที่รายงานผลประกอบการในวันจันทร์ หุ้น Ryanair ร่วงลง 2.3% หลังเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ขณะที่หุ้น Danone ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มของฝรั่งเศส ร่วงลง 2.3% หลังแตะระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี จากการเรียกคืนผลิตภัณฑ์นมผงสำหรับทารกบางลอตในบางตลาด

หุ้น Airbus ร่วงลง 2.1% หลัง กีโยม โฟรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุในจดหมายภายในถึงพนักงานว่า ผู้ผลิตเครื่องบินรายนี้จำเป็นต้องเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์รูปแบบใหม่ที่สร้างความไม่แน่นอนมากขึ้น

นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมป้องกันประเทศยังปรับตัวลง 1.6% ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่จำกัดการปรับขึ้นของตลาดโดยรวม

ในทางตรงกันข้าม หุ้น Puma ผู้ผลิตเสื้อผ้ากีฬา พุ่งขึ้น 16.9% โดยฟื้นตัวจากการร่วงลง 14% ในวันศุกร์ที่ผ่านมา

ความสนใจของตลาดจะอยู่ที่การประชุมกำหนดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม แต่ประเด็นเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟดมีแนวโน้มจะถูกจับตาอย่างใกล้ชิด

ในตลาดโลก กระแสคาดการณ์เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตรา หนุนให้เงินเยนแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 2 เดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ขณะเดียวกันแรงซื้อเยนดังกล่าวยังกดดันค่าเงินยูโร ซึ่งอ่อนค่าลง 0.7% แตะระดับต่ำสุดเมื่อเทียบกับเยนในรอบกว่า 1 เดือน

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 ม.ค. 69)