SCC เผย EBITDA ปี 68 ลดลง 5% รับบาทแข็งค่า-ขาดทุนสต็อกปิโตรฯ ชี้กระแสเงินสดแข็งแกร่งกดหนี้ลดลง

บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย [SCC] เปิดเผยว่า กำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี่ย ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของปี 2568 อยูที่ 51,249 ล้านบาท ลดลง 5%เมื่อเทียบกับ 53,946 ล้านบาท ในปีที่แล้ว สาเหตุจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 2.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือของเอสซีจี เคมิคอลส์ (เอสซีจีซี) และจากการปรับโครงสร้างการดำเนินงานและธุรกิจ ในขณะที่การพัฒนาสินค้าผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง High Value-Added หรือ HVA รวมถึงการขยาย ผลิตภัณฑ์กรีน เช่น ปูนซีเมนต์คาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดและสินค้าราคาคุ้มค่า (Smart Value Products) ส่ง ผลบวกต่อผลประกอบการ

ส่วนรายได้จากการขาย ปี 68 อยู่ที่ 496,925 ล้านบาท ลดลง 3% จากปีก่อน และกำไรสุทธิ 14,075 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 122% จากปีก่อน ขณะที่ในไตรมาส 4/68 มีรายได้จากการขาย 126,055 ล้านบาทลดลง 3%YoY และ เพิ่มขึ้น 3%QoQ EBITDA อยู่ที่ 6,738 ล้านบาท ลดลง 56%YoY และ ลดลง 53%QoQ และ ขาดทุน 3,692 ล้านบาท

บริษัทเปิดเผยว่า ปี 2568 กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติ ที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Adjusted EBITDA) 55,012 ล้านบาท แข็งแกร่งกว่าปี 2567 คิดเป็น 6% ขณะที่หนี้ลดลง 14,845 ล้านบาทจากปีก่อน แม้เศรษฐกิจโลกและไทยท้าทายกว่าเดิม เงินบาทแข็งค่าขึ้น 2.4 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ หรือ 7% จากปีก่อน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์รุนแรง แต่เอสซีจียังเดินหน้าเข้มข้นด้วยวินัยการเงิน เข้มแข็งด้วยการเพิ่มขีดความสามารถทั่วองค์กร เสริมแกร่งโดยรุกธุรกิจเติบโตระยะยาว เคาะปันผล 5.0 บาท/หุ้น รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อดูแลผู้ถือหุ้นต่อเนื่อง มั่นใจปี 2569 องค์กรแข็งแรง เอาอยู่พร้อมสู้ทุกความท้าทาย

SCC เผยปี 2568 มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างธุรกิจควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเร่งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน โดยใช้ AI & Robotics ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างการเติบโตให้องค์กรในระยะยาว ขณะเดียวกันยังพัฒนาและขยายตลาดสินค้า – บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) สินค้ากรีน อาทิ ปูนคาร์บอนต่ำ และสินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า (SVP)

สำหรับผลจากมาตรการรักษาวินัยทางการเงินอย่างเข้มข้นในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้แก่ 1.) บริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนลดลง 10,535 ล้านบาท 2.) ปรับโครงสร้างการดำเนินงาน หยุดธุรกิจไม่ทำกำไร และประหยัดค่าใช้จ่าย ได้รวมกว่า 4,300 ล้านบาทต่อปี 3.) ควบคุมเงินลงทุน (CAPEX) เน้นเฉพาะโครงการที่มีผลตอบแทนสูงและเร็วได้ตามแผน 30,737 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ ส่งผลให้หนี้สินสุทธิลดลง 14,845 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 5.5 เท่า จากเดิม 6.3 เท่า สถานะทางการเงินมั่นคงและแข็งแกร่ง โดยมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นปี 52,447 ล้านบาท

ปี 2568 SCC ยังสามารถสร้างการเติบโตของปริมาณการขายในทุกธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง แต่ความท้าทายของเศรษฐกิจโลกและไทย ส่งผลให้เอสซีจีมีรายได้จากการขาย 496,925 ล้านบาท EBITDA 51,249 ล้านบาท และกำไรสำหรับปี 14,075 ล้านบาท ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายการปรับโครงสร้างการดำเนินงานและธุรกิจและรายการพิเศษ และการขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือของเอสซีจีซี ทั้งนี้ หากไม่รวมรายการดังกล่าว Adjusted EBITDA ของปีจะอยู่ที่ 55,012 ล้านบาท และกำไรสำหรับปีเมื่อไม่รวมรายการดังกล่าวจะอยู่ที่ 4,962 ล้านบาท

เมื่อพิจารณากระแสเงินสดฯ ที่แข็งแกร่ง คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 5.0 บาท รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาท คิดเป็น 43% ของกำไรสำหรับปี 2568 ซึ่งคณะกรรมการบริษัทฯ มีความเห็นว่าเป็นอัตราเงินปันผลที่เหมาะสม เพื่อมุ่งดูแลผู้ถือหุ้นให้ได้รับผลตอบแทนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

SCC มั่นใจว่าปี 2569 จะยังสามารถเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน ควบคู่การสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันในทุกธุรกิจได้ต่อเนื่อง แม้สภาพแวดล้อมทางธุรกิจจะท้าทายยิ่งขึ้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 ม.ค. 69)