
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อเปิดทางให้สหรัฐฯ สามารถเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ถูกพิจารณาว่ามีการขายหรือจัดหาน้ำมันให้กับคิวบา
คำสั่งดังกล่าวมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เป็นหน่วยงานหลักในการตรวจสอบและระบุชื่อประเทศที่อาจมีบทบาทในการจัดหาน้ำมันให้คิวบา ก่อนเสนอให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝ่ายบริหารพิจารณากำหนดอัตราภาษีเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
ทรัมป์ระบุในคำสั่งว่า รัฐบาลคิวบาได้ดำเนินนโยบายที่สร้างความเสียหายและเป็นภัยต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ พร้อมกล่าวหาว่าระบอบการปกครองของคิวบามีความเชื่อมโยงและให้การสนับสนุนประเทศที่เป็นปฏิปักษ์ กลุ่มก่อการร้ายข้ามชาติ และกลุ่มที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสหรัฐฯ
การลงนามคำสั่งดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากประธานาธิบดีคลอเดีย เชนบาม ผู้นำเม็กซิโกเปิดเผยว่า ได้หารือกับทรัมป์ในบรรยากาศที่เป็นมิตร โดยมีการพูดถึงประเด็นการค้า แต่ไม่ได้หารือเกี่ยวกับนโยบายต่อคิวบาโดยตรง
ทั้งนี้ หลังจากคิวบาสูญเสียการสนับสนุนด้านพลังงานจากเวเนซุเอลา เม็กซิโกได้กลายเป็นหนึ่งในประเทศผู้จัดหาน้ำมันที่ยังคงเหลืออยู่ไม่กี่แห่งของคิวบา
รายงานระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เวเนซุเอลาเคยส่งน้ำมันให้คิวบาในราคาที่ได้รับการอุดหนุน แลกกับความร่วมมือด้านบุคลากรทางการแพทย์และความมั่นคง อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเวเนซุเอลา รวมถึงท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่กดดันให้รัฐบาลรักษาการยุติการจัดหาพลังงานให้แก่คิวบา ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันที่ส่งไปยังคิวบาลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน นักการทูตยุโรปแสดงความกังวลว่า หากสหรัฐฯ เดินหน้าจำกัดการเข้าถึงเชื้อเพลิงของคิวบาอย่างต่อเนื่อง คิวบาอาจเผชิญความเสี่ยงด้านมนุษยธรรม จากการขาดแคลนพลังงานที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตและระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ม.ค. 69)





