
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพฤหัสบดี (29 ม.ค.) เขาได้พูดคุยกับบรรดาผู้นำอิหร่านและมีแผนที่จะหารือกันต่อไป
สำนักข่าวซินหัวรายว่า เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการพูดคุยใด ๆ กับทางอิหร่านในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาหรือไม่ ปธน.ทรัมป์กล่าวว่า “ผมได้คุยแล้วและผมก็วางแผนที่จะคุยต่อ” แต่เขาไม่ได้ระบุเจาะจงว่าเขาได้พูดคุยกับใคร
“เรามีเรือลำใหญ่และทรงพลังจำนวนมากที่กำลังเดินทางไปยังอิหร่านในขณะนี้ และมันจะดีมากถ้าเราไม่จำเป็นต้องใช้พวกมัน” ปธน.ทรัมป์กล่าว
“ผมบอกพวกเขาไปสองเรื่อง … ข้อหนึ่งคือห้ามมีนิวเคลียร์ และข้อสอง หยุดเข่นฆ่ากลุ่มผู้ประท้วง” ปธน.ทรัมป์กล่าว
ก่อนหน้านี้ ปธน.ทรัมป์ได้ขู่โจมตีอิหร่านด้วยกองเรือรบขนาดใหญ่ หากอิหร่านไม่กลับสู่โต๊ะเจรจาเพื่อทำข้อตกลงนิวเคลียร์ โดยเขาได้โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (28 ม.ค.) ว่า “กองเรือรบขนาดมหึมากำลังมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน โดยเคลื่อนกำลังอย่างรวดเร็ว ด้วยพลัง ความมุ่งมั่น และเป้าหมายที่ชัดเจน เป็นกองเรือที่มีขนาดใหญ่กว่าที่ถูกส่งไปยังเวเนซุเอลา นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินอับราฮัม ลินคอล์น”
“เช่นเดียวกับกรณีเวเนซุเอลา กองกำลังนี้มีความพร้อม เต็มใจ และมีความสามารถที่จะปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จอย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วและกำลังรุนแรง หากจำเป็นผมหวังว่าอิหร่านจะรีบกลับสู่โต๊ะเจรจา และทำข้อตกลงที่ยุติธรรมและเท่าเทียมกัน – ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ – ซึ่งจะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย” ปธน.ทรัมป์ระบุ
ขณะที่สื่อหลายสำนักรายงานว่า ทางการอิหร่านได้ออกประกาศแจ้งเตือนเรือพาณิชย์เกี่ยวกับแผนการซ้อมรบทางทะเลของกองทัพอิหร่านด้วยกระสุนจริงในช่องแคบฮอร์มุซในวันที่ 1-2 กุมภาพันธ์ 2569
ทั้งนี้ กองเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) จะจัดการซ้อมรบด้วยกระสุนจริงในช่องแคบฮอร์มุซในวันดังกล่าว
ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอยู่ระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน ถือเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก โดยมีการลำเลียงน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในอ่าวเปอร์เซีย ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คิดเป็นปริมาณราว 20 ล้านบาร์เรล/วัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ม.ค. 69)





