
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) นำเปิดขบวนรถแห่ 8 สาย 77 จังหวัดทั่วประเทศ ณ ลานกินซ่า อ.รังสิต จ.ปทุมธานี โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงคะแนนเสียงในระบบแบ่งเขต ซึ่งจากการคำนวณสถิติที่ผ่านมา สส. แบบแบ่งเขต 1 คน ใช้คะแนนเสียงประมาณ 3-4 หมื่นคะแนน ขณะที่ สส. บัญชีรายชื่อต้องใช้ถึง 3-4 แสนคะแนน ทำให้ สส. แบบแบ่งเขตมีน้ำหนักมากกว่าบัญชีรายชื่อถึง 10 เท่า
ดังนั้นการเลือกเพียงบัญชีรายชื่อใบเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการจัดตั้งรัฐบาลประชาชนได้สำเร็จ ดังนั้นหากต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องลงคะแนนให้พรรคประชาชนทั้ง 2 ใบ เพื่อให้ได้จำนวน สส. ในสภามากที่สุด ซึ่งจะเป็นหลักประกันความมั่นคงในการจัดตั้งรัฐบาล
นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงกรณีผลสำรวจนิด้าโพล จะแสดงให้เห็นว่าพรรคประชาชนมีคะแนนนิยมนำเป็นอันดับหนึ่ง แต่ยืนยันว่า จะไม่ประมาทในทุกวินาทีก่อนเข้าคูหา และจะใช้แคมเปญคาราวานนี้เข้าถึงทุกพื้นที่ เพราะทุกคะแนนเสียงในทุกเขตล้วนมีความหมายต่อการตัดสินใจ เพราะหากไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย วิธีเดียวที่จะปิดประตูไม่ให้เกิดแบบนั้นคือกาทั้ง 2 ใบให้ถล่มทลาย
ส่วนทิศทางในการจัดตั้งรัฐบาล หากพรรคประชาชนไม่ชนะขาดจะมีโอกาสให้พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยกลับไปจับมือกัน หรือพรรคประชาชนจะไปจับมือกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าทุกคนวิเคราะห์ได้ตามแผนภาพที่มีอยู่ ว่าทำไมถึงเป็น 2 ตัวเลือกที่ผ่านมา เพราะการเมืองไทยในอดีตจะ 10-20 ปีที่ผ่านมา คนก็มองเห็นอยู่ในวังวนแบบเดิม การเมืองในสภาเราก็เคยเห็นในอดีตว่า พรรคที่ชนะการเลือกตั้งอันดับหนึ่งไม่เคยได้เป็นพรรคในการจัดตั้งรัฐบาล ภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุด ไม่มีเสียง สว.โหวตนายกรัฐมนตรีแล้ว อยากให้ประชาชนทุกคนเชื่อในเสียงของประชาชน

สำหรับโอกาสในการร่วมกับพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จุดยืนในเรื่องการจับมือหรือร่วมรัฐบาล ตนได้บอกไปแล้ว คงไม่มีอะไรขยายความมากไปกว่าเดิมที่เคยได้บอกไว้ คือไม่สามารถร่วมกับพรรคกล้าธรรมได้ และไม่สามารถไปโหวตสนับสนุนให้กับแคนดิเดตของพรรคภูมิใจไทยได้
“มองไปในมุมบวก แต่อย่างไรก็ตามทุกวินาทีก่อนเข้าคูหาเราไม่ประมาท ผลโพลความนิยมนำ เชื่อว่าทุกคะแนนเสียงมีความหมายในทุกเขต ตอนนี้โจทย์ของเราคือต้องมี สส. ให้มากที่สุด ทุกเก้าอี้ในสภาหมายถึงความมั่นคงมากยิ่งขึ้นในการตั้งรัฐบาล” นายณัฐพงษ์ กล่าว
ด้าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคปชน. กล่าวบนรถแห่ก่อนออกเดินทางว่า รถคาราวานสาย “ลูกน้ำเค็ม” มีแผนการเดินทางไปหาเสียงในเส้นทางภาคตะวันออก ซึ่งจะเดินทางผ่านทั้งสิ้น 47 เขต โดยทางพรรคประชาชนมุ่งหวังว่าจะสามารถรักษาเขตเดิมได้ครบทุกเขต และเพิ่มเติมเขตใหม่ให้ได้มากที่สุด
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 ม.ค. 69)





