
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารเมื่อวันศุกร์ (6 ก.พ.) เพื่อยกเลิกมาตรการเก็บภาษีลงโทษในอัตรา 25% สำหรับสินค้านำเข้าจากอินเดีย จากกรณีที่อินเดียยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย
การยกเลิกภาษีดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันนี้ (7 ก.พ.) หลังจากทรัมป์ระบุเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ได้ตกลงที่จะยุติการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย และหันไปนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มากขึ้น
ภายหลังการสนทนาทางโทรศัพท์เมื่อวันจันทร์ (2 ก.พ.) ทรัมป์ได้โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า รัฐบาลของเขาจะปรับลดภาษีตอบโต้ในอัตรา 25% ที่เรียกเก็บกับสินค้าจากอินเดีย ลงเหลือ 18% ซึ่งต่อมานายกรัฐมนตรีโมดียืนยันและแสดงความยินดีกับการปรับลดดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยกล่าวหาอย่างต่อเนื่องว่าจีนและอินเดียนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย และเป็นการสนับสนุนทางการเงินให้กับสงครามในยูเครนซึ่งยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2565
นอกเหนือจากอัตราภาษีเฉพาะประเทศที่ 25% แล้ว ทรัมป์ยังสั่งเก็บภาษีเพิ่มเติมอีก 25% สำหรับสินค้าจากอินเดียเมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว เพื่อเป็นบทลงโทษจากการที่อินเดียซื้อน้ำมันจากรัสเซีย ดังนั้นอัตราภาษีรวมของอินเดียอยู่ที่ 50% ถือว่าสูงที่สุด เทียบเท่ากับของบราซิล
ดังนั้น เมื่อรวมกับการยกเลิกภาษีลงโทษดังกล่าว ภาษีที่รัฐบาลทรัมป์เรียกเก็บกับสินค้านำเข้าจากอินเดียในสมัยดำรงตำแหน่งวาระที่ 2 จะลดลงเหลือ 18% ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย
ทั้งนี้ เพื่อแลกกับการลดภาษีของรัฐบาลทรัมป์ แถลงการณ์ระบุว่า อินเดียมีแผนจะซื้อสินค้าพลังงาน อากาศยานและชิ้นส่วนอากาศยาน โลหะมีค่า สินค้าเทคโนโลยี และถ่านหินโค้กจากสหรัฐฯ รวมมูลค่า 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ก.พ. 69)





