
ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารในวันศุกร์ (6 ก.พ.) เพื่อยืนยันสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านอีกครั้ง พร้อมจัดตั้งกลไกใหม่สำหรับการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมจากประเทศที่ยังคงมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน
ภายใต้คำสั่งดังกล่าวนับตั้งแต่วันที่คำสั่งมีผลบังคับใช้นั้น สหรัฐฯ สามารถเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมในรูปแบบภาษีตามมูลค่า เช่น สูงสุดไม่เกิน 25% ต่อสินค้าที่นำเข้าสู่สหรัฐฯ จากประเทศใดก็ตามที่มีการซื้อ นำเข้า หรือได้มาซึ่งสินค้าและบริการจากอิหร่าน ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม โดยมาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องความมั่นคงแห่งชาติ นโยบายต่างประเทศ และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
ทำเนียบขาวระบุว่า คำสั่งฝ่ายบริหารฉบับนี้ได้วางระบบที่เปิดทางให้รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถใช้มาตรการภาษีกับประเทศที่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอิหร่าน พร้อมให้อำนาจประธานาธิบดีในการปรับเปลี่ยนหรือแก้ไขมาตรการดังกล่าว หากสถานการณ์มีการตอบโต้กลับ หรือหากอิหร่านหรือประเทศที่ได้รับผลกระทบดำเนินมาตรการสำคัญเพื่อปรับท่าทีให้สอดคล้องกับสหรัฐฯ ในด้านความมั่นคง นโยบายต่างประเทศ และเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ คำสั่งฝ่ายบริหารยังมอบอำนาจให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ดำเนินการที่จำเป็นทั้งหมด รวมถึงการออกกฎระเบียบและแนวปฏิบัติ เพื่อบังคับใช้ระบบภาษีและมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ก.พ. 69)





