เลือกตั้ง’69: กกต. คาดรู้ผลนับคะแนนไม่เป็นทางการ 5 ทุ่ม หน่วยเลือกตั้งชายแดนยังเรียบร้อยดี

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงภาพรวมการเปิดหีบเลือกตั้ง สส. ปี 69 และการออกเสียงประชามติ ว่า ภายหลังจากที่ได้เปิดหีบเลือกตั้งทั่วประเทศ มาเป็นเวลากว่า 3 ชั่วโมงแล้ว พบว่าภาพรวมการจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งกรรมการประจำหน่วย (กปน.) จะอำนวยความสะดวกไปจนถึงเวลา 17.00 น.

พร้อมเน้นย้ำว่า หากประชาชนมีข้อสงสัยในการทำหน้าที่ของ กปน. ขอให้ทักท้วงได้ทันที ซึ่งจะมีการบันทึกเหตุการณ์ประจำหน่วยไว้เป็นหลักฐาน และเป็นหลักฐานชั้นดีที่จะมาร้องคัดค้าน และเป็นการช่วยทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริต ถือเป็นการมีส่วนร่วมของประชาชนในการช่วยตรวจสอบการเลือกตั้งอีกด้วย

เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศ 53 ล้านคนนั้น ในจำนวนนี้ ได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าแล้วประมาณ 2 ล้านคน ยังเหลืออีกราว 51 ล้านคนเศษ ดังนั้นในวันนี้จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติรัฐธรรมนูญกันให้มาก

ทั้งนี้ ในการนับคะแนนภายหลังปิดหีบเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบจำนวนผู้มาใช้สิทธิให้ตรงกับจำนวนบัตรออกเสียงเลือกตั้ง จากนั้นจะเริ่มนับคะแนน 3 กระดานไปพร้อมกัน (สส.ระบบแบ่งเขต, สส.ระบบบัญชีรายชื่อ, ประชามติรัฐธรรมนูญ) อย่างไรก็ดี คาดว่าคะแนนแรก น่าจะเริ่มเข้าระบบหลังผ่านการปิดหีบไปประมาณ 1 ชั่วโมง โดยประมาณการว่าไม่เกินเวลา 23.00 น. น่าจะรู้ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ หรืออาจจะเร็วกว่านั้น

“การนับคะแนน 3 กระดานพร้อมกัน อาจจะเกิดความล่าช้าบ้าง เนื่องจากต้องการให้เกิดความถูกต้อง และชัดเจน หากผู้สังเกตการณ์ รวมถึงตัวแทนพรรคการเมือง เห็นว่ามีการนับคะแนนไม่ถูกต้อง สามารถทักท้วงได้ ส่วนกรรมการจะวินิจฉัยเป็นอย่างไร ก็จะถือว่าเป็นที่สิ้นสุด แต่ท่านสามารถนำคำทักท้วงที่บันทึกไว้ มาร้องการนับคะแนนได้ภายใน 3 วัน” เลขาธิการ กกต. กล่าว

ส่วนการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา และจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น นายแสวง กล่าวว่า พื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ขณะนี้ถือว่าเบาใจได้ แต่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น โดยปกติฝ่ายความมั่นคงจะดูแลเป็นพิเศษอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการเลือกตั้ง ก็จะมีการประสานและเพิ่มมาตรการเป็นพิเศษมากกว่าการดูแลปกติ

ส่วนกรณีที่ศาลฎีกา สั่งถอนรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส. รวมล่าสุดจนถึงขณะนี้ 20 คนแล้ว จะทำให้ต้องมีการเอาผิดกับผู้สมัคร และหัวหน้าพรรคการเมืองที่ลงชื่อรับรองการส่งสมัคร สส.หรือไม่นั้น นายแสวง กล่าวว่า ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี และอยู่ที่ข้อเท็จจริงด้วย

“หากเป็นความผิดส่วนตัวของผู้สมัครเอง เช่น บางคนต้องคำพิพากษา แต่บางทีหัวหน้าพรรคก็ไม่รู้ กฎหมายกำหนดให้รับรองเฉพาะตัวผู้สมัคร ซึ่งต้องรู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีสิทธิ ส่วนหัวหน้าพรรคจะต้องรับผิดชอบด้วยหรือไม่ กฎหมายพรรคการเมืองวางหลักไว้ว่า ต้องดูว่าทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม จึงต้องดูข้อเท็จจริงด้วย” เลขาธิการ กกต. ระบุ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ก.พ. 69)