
นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมฯ อยู่ระหว่างเร่งศึกษาแนวทางการปรับราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรอบใหม่ ที่จะเริ่มใช้ในปี 2570-2573 กว่า 37 ล้านแปลง ซึ่งจะมีการประกาศในวันที่ 1 ธ.ค.69 เพื่อให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค.70 โดยเบื้องต้น คาดว่าราคาที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล จะปรับเพิ่มขึ้นไม่เกิน 10-20% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว
พร้อมยืนยันว่า ราคาประเมินรอบใหม่ จะมีความสอดคล้องทั้งเชิงพื้นที่ และราคาตลาดมากยิ่งขึ้น เนื่องจากมีการสำรวจสภาพพื้นที่และใช้ข้อมูลราคาตลาดที่อยู่ในช่วงเวลาปัจจุบัน และย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี โดยพิจารณาจากข้อมูลราคาตลาด ได้แก่ ข้อมูลราคาซื้อขายจดทะเบียน ข้อมูลเสนอขาย ข้อมูลค่าเช่า ตลอดจนสภาพการพัฒนาของที่ดินในแต่ละพื้นที่ แต่ละถนน เช่น ถนนตัดใหม่ การก่อสร้างรถไฟฟ้า การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ตลอดจนการพัฒนาเมือง หรือการพัฒนาด้านอสังหาริมทรัพย์โครงการต่าง ๆ
“ขณะนี้ กระบวนการจัดทำราคาประเมินในระดับจังหวัด ผ่านคณะกรรมการประเมินราคาทรัพย์สินประจำจังหวัด มีความคืบหน้าไปกว่า 90% แล้ว และกำลังส่งข้อมูลให้ส่วนกลางตรวจสอบความเหมาะสม ก่อนสรุป และประกาศใช้ตามกำหนดต่อไป” อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าว
นายอัครุตม์ กล่าวอีกว่า กรมฯ ยังได้เร่งผลักดันให้มีการเปิดประมูลที่ดินราชพัสดุแปลงสำคัญ จำนวน 41 แปลง อาทิ แปลงที่โรงพยาบาลของโรงงานยาสูบเก่า, การประมูลสิทธิการเช่าอาคารราชพัสดุบ้านพายัพ เขตพระนคร, การเปิดประมูลพัฒนาที่ดินราชพัสดุแปลงริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตคลองสาน (ที่ดินติดกับไอคอนสยาม), แปลงสนามกอล์ฟบางพระพร้อมโรงเรียน เนื้อที่ 633 ไร่ 3 งาน 34 ตารางวา, แปลงที่ดิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต 40 ไร่ เป็นต้น
- เล็งศึกษาขึ้นค่าเช่าที่ราชพัสดุเพื่ออยู่อาศัย-การเกษตร
นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการปรับขึ้นค่าเช่าที่ราชพัสดุสำหรับที่อยู่อาศัย และที่ดินเพื่อการเกษตร เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบันมากขึ้น โดยคาดว่าจะมีข้อสรุปที่ชัดเจนภายในปีนี้ ซึ่งปัจจุบัน พบว่ามีสัดส่วนของที่ดินราชพัสดุเชิงพาณิชย์ ราว 30-40% ที่ดินราชพัสดุเพื่ออยู่อาศัย 10% และที่ดินราชพัสดุเพื่อการเกษตร ราว 30-40%
“การปรับขึ้นค่าเช่าที่ราชพัสดุสำหรับที่อยู่อาศัย และที่ราชพัสดุเพื่อการเกษตรนั้น เคยทำมาแล้ว 1 ครั้งเมื่อปี 60 แต่เนื่องจากเป็นประเด็นที่ค่อนข้างอ่อนไหว เพราะเป็นเรื่องเชิงสังคม จึงมีการถอยมาเป็นว่า ถ้าเป็นผู้เช่ารายเก่าให้ใช้ราคาเดิม ส่วนผู้เช่ารายใหม่ให้ใช้ราคาเช่าในปี 60 และมาถึงปัจจุบัน เห็นควรให้เริ่มมีการศึกษาเรื่องนี้อีกครั้ง แต่ต้องไม่ทำให้ประชาชนตกใจ” อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าว
พร้อมย้ำว่า การปรับขึ้นค่าเช่าที่ราชพัสดุขณะนี้ยังเป็นแค่การศึกษา โดยแนวทางอาจจะมีการแบ่งเป็นพื้นที่ ไม่ได้ใช้ราคาเดียวกันทั่วประเทศ ขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจ เมืองใหญ่ เมืองเล็ก เมืองรอง ซึ่งจะทำคล้ายราคาประเมินที่ดินที่ต้องมีการเก็บข้อมูลอย่างละเอียด ดังนั้น คาดว่าน่าจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ส่วนการบังคับใช้ต้องขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบาย ส่วนที่ราชพัสดุเชิงพาณิชย์นั้น ปัจจุบันระบบดีอยู่แล้ว
นายอัครุตม์ กล่าวถึงความคืบหน้าที่ดินราชพัสดุหมอชิตว่า ขณะนี้ได้ข้อยุติแล้วว่าจะไม่มีการสร้าง หรือย้ายหมอชิตแต่อย่างใด ส่วนรายละเอียดที่เกี่ยวกับกรมฯ ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการเจรจากับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะเจรจาแล้วเสร็จในเดือน ก.ย.นี้
- คาดจัดเก็บรายได้ปีงบ 69 สูงกว่าเป้า 20%
พร้อมเชื่อว่า แนวทางการดำเนินงานทั้งหมด จะมีส่วนสำคัญให้กรมธนารักษ์ สามารถเดินหน้าจัดเก็บรายได้จากที่ราชพัสดุ และเหรียญกษาปณ์ในปีงบประมาณ 2569 ได้สูงกว่าเป้าหมาย 1,500 ล้านบาท หรือราว 20% จากเป้าหมายที่ 11,900 ล้านบาท โดยผลการจัดเก็บรายได้ ณ วันที่ 31 ม.ค.69 กรมฯ สามารถจัดเก็บรายได้แล้ว 8,229 ล้านบาท
ขณะที่ภารกิจของกรมธนารักษ์ในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2569 นั้น กรมฯ ได้ดำเนินงานภายใต้วิสัยทัศน์ในการเพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน ผ่านยุทธศาสตร์ VALUE เพื่อให้เกิดการนำทรัพย์สินของแผ่นดินที่กรมธนารักษ์รับผิดชอบ ทั้งที่ราชพัสดุ และเหรียญกษาปณ์มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะในส่วนของที่ราชพัสดุที่กรมฯ ดูแลอยู่ราว 12 ล้านไร่ ประกอบด้วย ที่ราชพัสดุเพื่อความมั่นคง 2 ล้านไร่ และพื้นที่เพื่อการบริหารจัดการ 10 ล้านไร่
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 ก.พ. 69)




