FTSE Russell ร่วมวง MSCI เบรกทบทวนดัชนีตลาดหุ้นอินโดนีเซีย กังวลความโปร่งใส

FTSE Russell กลายเป็นบริษัทจัดทำดัชนีหุ้นระดับโลกรายล่าสุดที่ออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับความน่าลงทุนของตลาดหุ้นอินโดนีเซีย โดยประกาศเลื่อนการทบทวนดัชนีตลาดหุ้นอินโดนีเซียรอบเดือนมี.ค.ออกไป เนื่องจากกังวลความเสี่ยงเกี่ยวกับปริมาณหุ้นหมุนเวียนและความไม่แน่นอนในการกำหนดสัดส่วนหุ้นที่ถือโดยผู้ถือหุ้นรายย่อย

ทั้งนี้ FTSE Russell จะติดตามความคืบหน้าและแจ้งข้อมูลอัปเดตในรายงานการทบทวนรอบเดือนมิ.ย. หลังจากหน่วยงานกำกับดูแลของอินโดนีเซียได้ให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงด้านความซื่อสัตย์และความโปร่งใสของตลาดทุนในประเทศ

การตัดสินใจดังกล่าวของ FTSE Russell ถือเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อหน่วยงานกำกับดูแลของอินโดนีเซียให้ต้องเร่งดำเนินการและเสริมสร้างความเชื่อมั่นของตลาดซึ่งเปราะบางอยู่แล้ว หลังจากที่ MSCI ได้ออกคำเตือนในลักษณะเดียวกันและส่งผลกระทบอย่างหนักต่อตลาดเมื่อเดือนที่แล้ว

เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา MSCI ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับความน่าลงทุนของตลาดหุ้นอินโดนีเซีย และประกาศว่าจะระงับการทบทวนดัชนีบางรายการ จนกว่าหน่วยงานกำกับดูแลของอินโดนีเซียจะจัดการกับข้อกังวลเรื่องการถือครองหุ้นแบบกระจุกตัวของบริษัทจดทะเบียน โดยหากอินโดนีเซียไม่สามารถผลักดันให้เกิดความโปร่งใสได้อย่างเพียงพอภายในเดือนพ.ค.ปีนี้ MSCI จะทำการประเมินความสามารถในการเข้าถึงตลาดของประเทศอีกครั้ง ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้อาจส่งผลให้มีการปรับลดน้ำหนักของหุ้นอินโดนีเซียทั้งหมดในดัชนี MSCI Emerging Markets และอาจถึงขั้นถูกปรับลดสถานะเป็นตลาดชายขอบ (Frontier Market)

ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานะของตลาดหุ้นอินโดนีเซียยิ่งทวีความรุนแรง หลังจากมูดี้ส์ (Moody’s) ประกาศลดแนวโน้มความน่าเชื่อถือของอินโดนีเซียเป็น “เชิงลบ” จากเดิม “มีเสถียรภาพ” โดยระบุถึงความเสี่ยงที่มีต่อประสิทธิภาพด้านนโยบาย และสัญญาณของธรรมาภิบาลที่อ่อนแอลง

นับตั้งแต่ตลาดทรุดตัวลงเมื่อเดือนที่แล้ว หน่วยงานกำกับดูแลของอินโดนีเซียได้ให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงความโปร่งใส รวมถึงการออกคำสั่งให้บริษัทต่าง ๆ ต้องรักษาสัดส่วนของผู้ถือหุ้นรายย่อยขั้นต่ำที่ 15% ซึ่งเป็นสองเท่าของระดับปัจจุบัน นอกจากนี้ยังให้คำมั่นสัญญาว่าจะเพิ่มการเปิดเผยข้อมูลโครงสร้างการถือหุ้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ก.พ. 69)