
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวผ่านรายการข่าวทางโซเชียลมีเดีย พร้อมยอมรับคำวิจารณ์และเสียใจกับผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ส่วนการวิเคราะห์ผลการเลือกตั้ง มองว่าไม่ได้ผิดพลาดทางยุทธศาสตร์ แต่อาจต้องมาปรับยุทธวิธี เพราะการเลือกตั้งครั้งก่อนมีการตัดคะแนนกันเองของฝั่งตรงข้าม แต่การเลือกตั้งครั้งนี้เขาแบ่งพื้นที่กันค่อนข้างดี นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการวางเครือข่ายหัวคะแนนธรรมชาติ และปีนี้คนออกมาใช้สิทธิ์น้อยลง โดยยอมรับว่ากระแสรักชาติก็มีส่วนแต่ไม่ใช่ทั้งหมด
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ขณะนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่คนเป็นหัวหน้าพรรคจะมาประกาศลาออก หรือทำให้เกิดความรู้สึกสั่นคลอนกับคนในพรรค หน้าที่ตอนนี้คือทำให้พรรคเดินหน้าต่ออย่างมั่นคงมากที่สุด
“เหตุผลเบื้องหลังในการลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าผมไม่คิด เพราะหน้าที่ผมตอนนี้คือการเดินหน้าต่ออย่างเข้มแข็ง เพียงแต่ในอนาคตภายภาคหน้า บุคลากรของพรรครุ่นปัจจุบันและรุ่นใหม่ ๆ ที่จะเข้ามามีคุณภาพคับแก้ว ทุกคนพร้อมจะขึ้นมาแทนผมได้ดีกว่าผมด้วยซ้ำ ผมไม่ติดเลยถ้าสมาชิกพรรคในที่ประชุมใหญ่บอกว่าอยากเปลี่ยนตัว ด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่าง อยากได้ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน กรณีที่ถ้าผมโดนเรื่องหยุดปฏิบัติหน้าที่ โดนตัดสิทธิ์ตลอดชีวิต ก็พร้อมที่จะลาออกให้ทุกคนมาทำแทน” นายณัฐพงษ์ กล่าว
รวมถึงกรณีนายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคที่เคยประกาศว่าจะลาออกหากได้สส. ไม่ถึงเป้า 200 คน ยืนยันว่า นายศรายุทธิ์ จะลาออกตามที่ประกาศไว้ แต่อาจไม่ใช่ช่วงเวลานี้ ขอดำเนินการทุกอย่างให้ผ่านพ้นไปก่อน
ส่วนกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิด 44 สส.ก้าวไกลกรณีร่วมลงชื่อแก้ไข ม.112 นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า คาดการณ์ไว้แล้วว่ามีความเป็นไปได้ที่ผลจะออกมาแบบนี้ และได้มีการบริหารความเสี่ยงไว้หมดแล้ว หลายคนย้ายไปลงบัญชีรายชื่อ เหลือบางคนที่ยังเป็นสส. เขตอยู่ แต่ไม่ได้เป็นนัยที่ส่งผลในภาพรวม ขณะนี้ทีมกฎหมายพรรคเตรียมยื่นคำร้องให้ศาลฎีกา ให้ทั้ง 10 คนที่ได้รับเลือกตั้งในสมัยนี้ ได้แก่ บัญชีรายชื่อ 8 คน และเขต 2 คน เพื่อให้ศาลฯ พิจารณาไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ภายใน 30 วันนี้ ส่วนตัวการตัดสินใจลาออกหรือไม่ลาออกเพราะมีผลต่อเรื่องตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ตอนนี้ยังหารือภายในยังไม่ถึงที่สิ้นสุด
“ถ้าผมไม่ลาออก ตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านจะ Deadlock ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า ต้องเป็นหัวหน้าพรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับ 1 ในฝ่ายค้าน ดังนั้น ถ้าตนโดนสั่งหยุดก็จะไม่มีตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน ซึ่งส่งผลคือ วิปฝ่ายค้านจัดตั้งโดยผู้นำฝ่ายค้าน ถ้าไม่มีผู้นำฝ่ายค้านแต่งตั้งวิปฝ่ายค้านไม่ได้” นายณัฐพงษ์ กล่าว
พร้อมยืนยันจุดยืนว่า ไม่โหวตนายอนุทิน ชาญวีรกุล เป็นนายกรัฐมนตรี และไม่ร่วมรัฐบาลถ้าพรรคภูมิใจไทยจัดตั้งรัฐบาล โดยมองว่าการเป็นฝ่ายค้านเป็นประโยชน์กว่าไปร่วมรัฐบาล เพราะถ้าไม่ได้เป็นนายกฯ แล้วเข้าไปทำงานกระทรวงจะสร้างการเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ภายใต้การบริหารแบบเดิม ๆ และถ้าเข้าไปร่วมรัฐบาลอาจทำให้เราไม่สามารถพูดหรือตรวจสอบในบางเรื่องได้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ก.พ. 69)





