สถาบัน-VI เก็ง SET ทะยานสู่เป้า 1,500 จุดรับ ภท.แลนด์สไลด์รัฐบาลเสถียรภาพแกร่ง Fund Flow จ่อทะลักเข้า

นักลงทุนสถาบันและนักลงทุน VI ประสานเสียงมองภาพตลาดหุ้นไทยปีนี้เข้าสู่ภาวะกระทิง ดัชนี SET มีโอกาสขึ้นไปแตะ 1,500 จุดภายใน 1-2 เดือนนี้ หลังการเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยคะแนนนำโด่ง คาดว่าจะได้รัฐบาลที่มีเสถียรภาพแน่น การดำเนินนโยบายต่อเนื่องยาวครบเทอม ขณะเดียวกัน ยังได้รับอานิสงส์จากตลาดหุ้นอินโดนีเซียถูก MSCI downgrade และตลาดหุ้นเกาหลี เตรียมอัพเกรดไปเป็น Developed Market ส่งผลให้เม็ดเงินต่างชาติ (Fund Flow) เบนหัวเข้ามาตลาดหุ้นไทย หลังเห็นวอลุ่มเทรดทะลุ 1 แสนล้านบาทเมื่อวานนี้

นายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า จากผลการเลือกตั้งที่ Surprise ไม่คาดว่าพรรคภูมิใจไทยจะแลนด์สไลด์ กลายเป็นแรงผลักดัน SET วานนี้พุ่งขึ้นไปถึง 3.5% มายืนเหนือ 1,400 จุด เช่นเดียวกับตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ผลเลือกตั้งก็แลนด์สไลด์ทำให้ดัชนีหุ้นนิเกอิปรับขึ้นถึง 4% สะท้อนว่าตลาดหุ้นชอบเสถียรภาพทางการเมืองที่พรรคหลักมีเสียงมากพอ ทำให้เรามองว่าดัชนี SET มีโอกาสขึ้นไปแตะ 1,500 จุดได้

อย่างไรก็ดี ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คือการเรียกความเชื่อมั่นของรัฐบาล หน้าตาคณะรัฐมนตรี และการผลักดันเศรษฐกิจปีนี้ว่าจะทำให้เติบโตได้ถึง 3% ตามที่หาเสียงไว้หรือไม่ การเบิกจ่ายงบประมาณทันหรือไม่ หากรัฐบาลใหม่ดำเนินการได้เร็ว เชื่อว่าความมั่นใจของนักลงทุนจะทำให้ตลาดหุ้นไทยยังไปได้ต่อ

นอกจากนี้จากที่ตลาดหุ้นอินโดนีเซียอาจถูกลดน้ำหนักจาก MSCI ลงมาเป็นตลาดชายขอบ จากเดิมที่เป็นตลาด Emerging Market นั้น นายวิน กล่าวว่า ในกลุ่ม TIPs ตลาดหุ้นไทยเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

นายวิน กล่าวว่า รัฐบาลนี้มาท่ามกลางความผันผวนสูง มีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาตร์เกิดขึ้นหลายพื้นที่ของโลก หนี้ภาครัฐเพิ่มสูงขึ้นท่วมโลก ภัยธรรมชาติ ธุรกิจ Disruption จากเทคโนโลยี รวมถึงความขัดแย้งภายในประเทศ ซึ่งต้องอาศัยมืออาชีพเข้ามาบริหาร จัดการชายแดน รับมือนโยบายประธานาธิบดีทรัมป์ ถ้าได้ทีมเศรษฐกิจแข็งแรงเพื่อรับมือความเสี่ยงต่างๆ ก็จะทำให้ความมั่นใจกลับมา

“จากเมื่อวานจนถึงวันนี้ตลาดหุ้นขึ้นมาเยอะ วอลุ่มแสนล้านบาท และเบรกเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน เป็นปัจจัยบวกจากการเมืองที่ทำให้ภาพระยะสั้นระยะกลางดูดี ..วันนี้เรายังให้ Neutral เพราะคิดว่าต้องขอู รัฐบาลฟอร์มทีมืออาชีพ งประมาณมาทันในปีนี้”นายวิน กล่าว

นายวิน ยังเปิดเผยว่า ในวันศุกร์นี้สมาคมจัดการลงทุน (AIMC) จะหารือเกี่ยวกับโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล (TISA) ที่จะผลักดันให้ TISA เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างเงินออมระยะยาว โดยให้แนวคิด DCA ออมทุกเดือน โดยมีทางเลือกให้ลงทุนเป็นหุ้นรายตัวหรือ กองทุน ทั้งนี้ จะทำให้นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยมีส่วนสนับสนุนตลาดหุ้นไทยได้ดียิ่งขึ้น เพราะต้องยอมรับว่า ผู้ลงทุนหรือกองทุนมีการลงทุนในต่างประเทศกันมาก หลังจากที่ไม่มีกองทุน LTF

ด้านนายวจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์, CFA กรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน บลจ.กสิกรไทย ยังคงเป้าดัชนี SET ที่ 1,450 จุด แต่ก็เห็นโอกาสทบทวนเป้าดัชนีที่มองว่าอาจไปถึง 1,500 จุด ซึ่งต้องติดตามว่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร การจัดการหนี้ครัวเรือน อัตราดอกเบี้ยที่แม้จะต่ำแต่ก็ยังไม่มีการปล่อยสินเชื่อมากนัก ทั้งนี้หากภาพใหญ่เศรษฐกิจไม่ได้โตมาก อัตราการเติบโตกำไรของบริษัทจดทะเบียนก็ไม่โตมากนักเช่นกัน ที่สำคัญต้องรอดูการฟอร์มทีมรัฐบาล นโยบายเศรษฐกิจทำได้ตามที่หาเสียงได้หรือไม่

ส่วนนายยศกร ฟอลเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.เอ็กซ์สปริง มองว่า SET มีโอกาสไปถึงระดับ 1,500 จุด จากที่เห็นพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งช่วยทำให้มีความต่อเนื่องนโยบายที่ก่อนหน้าได้ทำมาแล้วและทำต่อเนื่องไปอีก 4 ปี ยิ่งหากรัฐมนตรีที่คุมกระทรวงเศรษฐกิจสำคัญใช้มืออาชีพ ก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งยอมรับว่าตลาดหุ้นขึ้นมาจากแรงซื้อต่างชาติ และเชื่อว่าปีนี้ Fund Flow น่าจะเข้ามาต่อเนื่อง ซึ่งได้รับประโยชน์จากที่ MSCI ปรับลดน้ำหนักหุ้นอินโดนีเซีย หลังจากที่2-3 ปีที่ผ่านมา เม็ดเงินต่างชาติไหลออก

แนะนำหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐบาลใหม่ ได้แก่ กลุ่ม Domestic play กลุ่มแบงก์ซึ่งมีการจ่ายเงินปันผลดี

สำหรับนายทิวา ชินธาดาพงศ์ นายกสมาคมนักลงทุนประเทศไทย หรือ “เซียนมี่” กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวานนี้ปรับขึ้นได้จากปัจจัยการเมือง ความเสี่ยงการเมืองลดลง ต้องยอมรับว่าครั้งนี้ได้เห็นรัฐบาบลที่มีอำนาจเด็ดขาด เหมือนช่วงปี 2565 ยุคที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ดัชนี SET อยู่ที่ 1,650 จุด EPS 95 บาท/หุ้น เทียบกับตลาดหุ้นปีนี้ต่างกัน 200 กว่าจุด

อย่างไรก็ดี ความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบายรัฐบาล การเบิกจ่ายงบประมาณได้ทัน โดยเฉพาะงบลงทุน สิ่งเหล่านี้จะทำให้ความเชื่อมั่นนักลงทุนกลับมา

“ผมเชื่อว่าหุ้นถูกก็จะกลับมา sentiment เปลี่ยน รัฐบาลเปลี่ยนแล้ว ตัด DELTA ออกไป หุ้นไทยอาจถูกมาก เรามีหุ้นหลายตัวปันผลเยอะ เชื่อว่าดัชนีหุ้นไทย 1,500 จุดเกิดขึ้นเร็วๆนี้..ในช่วง 1-2 เดือนเป็นไปได้ …หุ้นไทยแย่มานานเกินไป”

นายทิว่า มองว่า หุ้น Domestic Play ได้รับประโยชน์ อาทิ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม กลุ่มค้าส่งไอที แนะสะสมหุ้นเล็ก กลาง เชื่อว่าหุ้นใหญ่มาแล้วก็จะไหลไปหุ้นกลางหุ้นเล็ก ทั้งนี้ ต้องติดตามนโยบายเศรษฐกิจของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คาดว่าจะดันหุ้นไทยเป็นบวกไปได้มากน้อยแค่ไหน

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยมี Fund Flow ไหลเข้า โดยส่วนหนึ่งไหลออกจากตลาดหุ้นอินโดนีเซีย และจากตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ที่จะขึ้นเป็นตลาด Developed Market จากที่เป็นตลาด Emerging Market ก็จะทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าไทยได้

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ก.พ. 69)

ข่าวล่าสุด