
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ถือว่าค่อนข้างชัดเจนพอสมควร สำหรับพรรคการเมืองที่ชนะเลือกตั้ง ซึ่งทำให้คาดว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ จะกลับมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และ รมว.คลังอีกครั้ง เพื่อสานต่อภารกิจ 10 เรื่องแรกที่อยากทำ และยังเป็นโอกาสที่ดีที่จะมาเดินหน้านโยบายต่าง ๆ ที่ยังค้าง หรือยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ อันเนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องเวลา ดังนั้น จึงก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะกลับมาดำเนินการให้เสร็จสิ้น
ส่วนโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทยนั้น กระทรวงการคลัง ยืนยันว่าพร้อมที่จะดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล โดยขณะนี้ระบบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการไว้หมดแล้ว 100% ทั้งเรื่องร้านค้า และประชาชนที่จะเข้าร่วมโครง แต่รายละเอียดทั้งหมดต้องรอความชัดเจนจากฝ่ายนโยบายอีกครั้ง เพราะขณะนี้ยังไม่แน่ใจว่ารัฐบาลต้องการจะปรับเปลี่ยนรายละเอียดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงการให้มากขึ้นหรือไม่
“โครงการคนละครึ่ง พลัส เป็นหนึ่งในโครการที่พรรคที่ชนะการเลือกตั้ง ได้มีการหาเสียงไว้ ซึ่งถือเป็นโครงการที่ดี ตรงนี้จะเป็นการดำเนินการต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงการคลังมีความพร้อมในการดำเนินการอยู่แล้ว ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ในเรื่องของรายละเอียด ยังต้องรอดูจากฝ่ายนโยบายอีกครั้งว่าจะมีการปรับเปลี่ยนตรงส่วนไหนหรือไม่” ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าว
ส่วนที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะต้องเปิดลงทะเบียนใหม่หรือไม่นั้น นายลวรณ กล่าวว่า ประเด็นนี้ต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลว่าการทำโครงการรอบนี้ จะพุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มใดบ้าง หากเป็นการดำเนินการกับประชาชนกลุ่มเดิมก็ง่าย แต่หากเป็นกลุ่มใหม่ ก็อาจต้องให้ลงทะเบียนใหม่เพื่อรับสิทธิ์ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความโปร่งใส เพราะโครงการคนละครึ่ง พลัส เป็นโครงการที่มีลักษณะใครมาก่อนได้สิทธิ์ก่อนอยู่แล้ว
ปลัดกระทรวงการคลัง ยังกล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการจัดทำงบประมาณปี 2570 ด้วยว่า จะล่าช้ามากน้อยแค่ไหนนั้น เงื่อนไขหนึ่งขึ้นอยู่กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะสามารถรับรองผลการเลือกตั้งได้เร็วแค่ไหน หากใช้เวลาไม่ถึง 60 วันก็เป็นสัญญาณที่ดี เพราะหากสามารถรับรองผลการเลือกตั้งได้เร็ว และมีการเปิดสภาได้เร็ว มีการเลือกนายกรัฐมนตรีได้เร็ว ทุกอย่างก็จะสามารถกระชับเวลาเข้ามาได้
ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับปฏิทินงบประมาณนั้น ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงบประมาณ ได้เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว ดังนั้นหากสามารถเปิดสภาฯ ได้เร็ว กระบวนการก็สามารถเข้าสู่ชั้นการพิจารณาของกรรมาธิการได้เร็ว
“ส่วนตัวมองว่า น่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เร็ว เชื่อว่าจะไม่ล่าช้าเหมือนการเลือกตั้งครั้งก่อน นี่จะเป็นอีกหนึ่งเงื่อนไข ที่ช่วยให้งบประมาณปี 2570 เดินหน้าได้เร็วขึ้น” นายลวรณ ระบุ

ด้าน นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง พลัส ว่า ขณะนี้ได้หารือกับทีมงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง โดยพยายามวางรายละเอียด และออกแบบรูปแบบของโครงการเพื่อเตรียมความพร้อมไว้ เมื่อหากมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อย ก็จะสามารถเดินหน้าโครงการได้ทันที
ทั้งนี้ ยืนยันตามนโยบายที่ได้มีการหาเสียงไว้ว่า จะให้สิทธิ์กับกลุ่มที่ตกหล่นก่อน โดยจะให้รายละ 2,000 บาท สำหรับคนที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี และให้รายละ 2,400 บาท สำหรับคนที่อยู่ในระบบภาษี
ส่วนกลุ่มประชาชนทั่วไป อาจจะต้องมาทบทวนรายละเอียดอีกครั้ง จากแผนเดิมก่อนยุบสภาที่จะดำเนินการใน 2 ส่วน คือ กลุ่มตกหล่น และกลุ่มที่ได้รับสิทธิ์ 20 ล้านคน โดยต้องมีการรับข้อสังเกตจากหลายฝ่ายมาพิจารณาร่วม รวมถึงต้องดูปัจจัยและเงื่อนไขอื่น ๆ ประกอบ ทั้งเรื่องเม็ดเงินงบประมาณ และระยะเวลาในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ จึงมาพิจารณาอีกครั้งว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมได้เท่าไหร่
“ตามแผนเดิมก่อนยุบสภา มีการระบุไว้ว่าจะทำ 2 ส่วน คือ กลุ่มตกหล่น และคนที่ได้รับสิทธิ์อยู่แล้ว 20 ล้านคน ซึ่งอาจจะต้องขอทบทวนใหม่อีกครั้ง แต่ยืนยันว่าจะเปิดโอกาสให้กลุ่มตกหล่นก่อน เพราะมีหลายเงื่อนไขที่ต้องมาพจิรณา โดยเฉพาะเรื่องเม็ดเงินงบประมาณ และระยะเวลาในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่”
นายเอกนิติ กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 ก.พ. 69)





