ผู้ใหญ่ญี่ปุ่นใช้ AI แค่ราว 20% ชี้ปรับตัวล่าช้าเมื่อเทียบต่างชาติ

ผลการศึกษาล่าสุดจากทีมวิจัยมหาวิทยาลัยชิบะระบุว่า ผู้ใหญ่ที่ใช้อินเทอร์เน็ตในญี่ปุ่นเพียงราว 20% เท่านั้นที่เคยใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในช่วงปีที่ผ่านมา สะท้อนความล่าช้าในการนำเทคโนโลยี AI มาใช้เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ

ผลการศึกษาดังกล่าว ซึ่งอ้างอิงผลสำรวจออนไลน์ที่จัดทำขึ้นเมื่อเดือนม.ค. 2568 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 2,847 คน จากทั้งหมด 13,367 คน หรือคิดเป็น 21.3% เคยใช้บริการ AI เช่น ChatGPT, Copilot หรือ Gemini ภายในปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ผลการศึกษายังเปิดเผยเป็นครั้งแรกถึงภาวะความเหลื่อมล้ำทาง AI (AI divide) ในญี่ปุ่น หรือความแตกต่างของอัตราการใช้งานตามช่วงอายุ เพศ และสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัย

ขณะเดียวกัน การศึกษาที่คล้ายกันของภาครัฐในปีงบประมาณ 2567 ระบุว่า อัตราประสบการณ์การใช้งาน AI ของญี่ปุ่นอยู่ที่ 26.7% ซึ่งต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับจีนที่ 81.2%, สหรัฐฯ 68.6% และเยอรมนี 59.2%

ผลการศึกษาล่าสุดซึ่งตีพิมพ์ในเทเลเมติกส์ แอนด์ อินฟอร์เมติกส์ (Telematics and Informatics) ระบุว่า อัตราการใช้งาน AI ในกลุ่มผู้ชายสูงกว่าผู้หญิงราว 1.8 เท่า ขณะที่กลุ่มอายุ 18–54 ปี มีการใช้งานมากกว่ากลุ่มอายุ 75 ปีขึ้นไป ประมาณ 1.4–1.7 เท่า

นอกจากนี้ การใช้งาน AI ยังพบมากในกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ผู้ที่มีระดับการศึกษาสูง และผู้ที่มีลักษณะบุคลิกภาพบางประการ เช่น เปิดรับสิ่งใหม่

ส่วนผู้ตอบแบบสอบถามในกลุ่มอายุน้อยมักระบุว่า ยังขาดบริการที่น่าสนใจเป็นเหตุผลที่ไม่ใช้งาน AI ขณะที่กลุ่มวัยกลางคนและผู้สูงอายุส่วนใหญ่ระบุว่า ไม่ทราบวิธีการใช้งาน โดยผู้สูงอายุจำนวนมากยังแสดงความกังวลด้านความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่อการใช้งานเป็นสาเหตุของความลังเลในการใช้งาน AI

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.พ. 69)